็นเซียน อย่าว่าแต่พวกเราที่เพียงขั้นสร้างฐาน แม้แต่ท่านผู้ทรงฤทธิ์ขั้นรวมร่างหรือขั้นข้ามพิบัติ ผู้ที่อยู่ใกล้การเป็นเซียนที่สุด ก็ไม่มีคุณสมบัติให้ผู้อื่นเรียกว่าเซียน”
“ผู้ใหญ่บ้านเรียกพวกเราว่าท่านเต๋าก็พอ”
ผู้ใหญ่บ้านยิ้มแหย ไม่กล้าปฏิบัติต่อลู่หยางทั้งสองเหมือนผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานทั่วไป ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานที่จะก้าวขึ้นสู่ขั้นแก่นทองคำได้มีไม่ถึงหนึ่งในสิบ นั่นคือผู้บำเพ็ญทั่วไป แต่ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าต้องขึ้นถึงขั้นแก่นทองคำแน่นอน อนาคตจะไปถึงขั้นใด เขาคาดเดาไม่ได้
“ก็เพราะไม่มีใครเป็นเซียนได้นี่ มีแต่ตำนานเซียนที่เล่าลือกันไปมา”
ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นก็เพียงยิ้ม ไม่พูดอะไรมาก
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงที่พักของจางกวนเจี๋ย
“เฒ่าจาง มีแขกมา เปิดประตูหน่อย”
ประตูไม้เปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยด จางกวนเจี๋ยยืนอยู่หลังประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“แนะนำหน่อย สองท่านนี้เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า มาช่วยพวกเรากำจัดนกปีศาจ”
เมื่อได้ยินคำว่า “สำนักเวิ่นเต๋า” สีหน้าของจางกวนเจี๋ยก็เปลี่ยนไป เขาพูดอย่างจนใจ “ข้าไม่ใช่ปีศาจจริงๆ พวกท่านอย่าเชื่อคำพูดของนกปีศาจสิ นกปีศาจยังตะโกนว่า ‘ท่านลุงมาเล่นกัน’ พวกท่านไม่ไปหาท่านลุงมาเล่นกับนกปีศาจบ้างล่ะ?”
ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะแห้งๆ “พวกเราแค่เดินผ่านมาเฉยๆ บังเอิญผ่านมาที่บ้านท่านพอดี”
ผู้ใหญ่บ้านทำงานขยันขันแข็ง ใครๆ ก็บอกว่าเขาเป็นข้าราชการที่ดี เมื่อเขาพูดถึงขนาดนี้