้าไปใกล้คนเดียว เห็นนกปีศาจ”
“นกตัวนั้นขนสวยงาม เป็นประกาย รอบดวงตามีสีแดงชัดเจน ดูก็รู้ว่าไม่ใช่นกธรรมดา นกธรรมดาที่ไหนจะกล้ามีรูปร่างโดดเด่นเช่นนี้?”
“นกปีศาจเปิดปากถามข้า ‘เจ้าคือใคร จางกวนเจี๋ยอยู่ที่ไหน?’ น้ำเสียงเร่งร้อนมาก”
“ข้างุนงงในใจ จางกวนเจี๋ยเป็นผู้บำเพ็ญในตำบลของเรา ขั้นฝึกลมปราณชั้นสาม ขั้นธรรมดา จะมาเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีศาจได้อย่างไร”
“ตอนนั้นข้าพยายามทำตัวผ่อนคลาย ดูไม่มีพิษภัย สุภาพถามว่า ‘ไม่ทราบว่าท่านปีศาจตามหาจางกวนเจี๋ยด้วยเรื่องใด?’”
“นกปีศาจไม่ตอบ กระพือปีกบินออกจากร้านตัดเสื้อ”
“นับแต่นั้นมา นกปีศาจก็บินวนเวียนในตำบลไท่ผิง กินธัญพืชในทุ่งนา พูดได้ แม้จะไม่กินคน แต่คนธรรมดาเห็นปีศาจใครจะไม่กลัว เพราะเหตุนี้หลายวันมานี้ทุกคนจึงใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง กลัวว่านกปีศาจจะบันดาลโทสะ งับพวกเราทั้งหมดกินในคำเดียว”
“ท่านเคยปะทะกับนกปีศาจหรือไม่ ฝีมือเป็นอย่างไร?” ลู่หยางถาม
ผู้ใหญ่บ้านส่ายหน้า “นกปีศาจนั่นอยู่บนฟ้าทั้งวัน ปรากฏตัวไม่แน่นอน หาร่องรอยยาก”
“อีกอย่างข้าดูขั้นของนกปีศาจไม่ออก แสดงว่าอย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นฝึกลมปราณชั้นเจ็ดเหมือนข้า ข้ากลัวว่านกปีศาจเดิมไม่มีเจตนาร้าย หากข้าปะทะไปมั่วๆ จะพลาดพลั้ง ยั่วโมโหมัน”
ลู่หยางพยักหน้า การกระทำของผู้ใหญ่บ้านสมเหตุสมผลดี