ไม่มีวาสนากับการเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่
“เช่นนั้นหลังจากศิษย์พี่เรียนกระบี่บินได้แล้ว จะทำอย่างไร?”
เถาเหยาเย่ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ฝึกฝนกระบี่ที่กลัวความสูง
คนอื่นบำเพ็ญเพื่อเหาะเหินเดินอากาศ เที่ยวเล่นอย่างอิสระ ศิษย์พี่ผู้นี้คงไม่บำเพ็ญเพื่อขุดดิน มุดดินเที่ยวเล่นอย่างอิสระกระมัง
ลู่หยางพูดอย่างจริงจัง “เซียนกระบี่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการบินบนฟ้าเสมอไป ศิษย์น้องเถาเหยาเย่เคยได้ยินเรื่องเซียนกระบี่พสุธาบ้างไหม?”
เถาเหยาเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นลู่หยางจริงจังขนาดนี้ และคำว่าเซียนกระบี่พสุธาก็คุ้นหู จึงพยักหน้าตาม
“ใครว่าเซียนทั้งหมดต้องสูงส่ง? เซียนก็คือเซียน สุดท้ายก็ติดอยู่ที่คำว่า ‘คน’ เซียนอยู่บนฟ้า คนอยู่บนดิน เซียนท่องเที่ยวระหว่างฟ้าดิน เบื้องบนคว้าดวงดาวดวงจันทร์ เบื้องล่างเข้าสู่เหวลึก ไร้พันธนาการ”
“คำว่าเซียนกระบี่พสุธาก็บ่งบอกว่า เซียนกระบี่ไม่จำเป็นต้องอยู่บนฟ้าเท่านั้น ยังเดินบนผืนดินได้ กระบี่เดียวพุ่งออกไป พันลี้ก็ตัดหัวปีศาจมารได้!”
“เป้าหมายของข้าคือการเป็นเซียนกระบี่พสุธาเช่นนั้น!”
เถาเหยาเย่กำลังจะพยักหน้าตามบรรยากาศ โชคดีที่ความสงบสะสมมานานทำให้นางรู้สึกตัว พบจุดผิดปกติ “เดี๋ยวก่อน ข้าเคยได้ยินแต่เซียนพสุธา คำว่าเซียนกระบี่พสุธานี่มาจากไหน?”
ลู่หยางจ้องเถาเหยาเย่นิ่งสามวินาที ราวกับในอกมีความลับแต่โบราณกาล เขาค่อยๆ พูดว่า
“ข้าแต่งเอง”
“…”
ท่าทีจริงจังจนเถาเหยาเย่พ