การฝึกลมปราณต่างจากการฝึกพละกำลัง ตอนฝึกพละกำลังเขาสามารถกินเนื้อสัตว์วิเศษเพื่อเพิ่มพลัง แช่น้ำยาเพื่อเสริมสร้างร่างกาย แต่การฝึกควบคุมพลังต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น
กระบวนการนี้ต้องมีสมาธิสูง ไม่อาจมีความประมาทแม้แต่น้อย ตามคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ที่ว่า “ต้องค้นหาความรู้สึก ใช้ร่างกายควบคุมพลัง ไม่ใช่จิตใจ”
สิ่งที่ลู่หยางต้องทำคือไม่เกร็ง ปล่อยวางธรรมชาติแล้วจับเต้าหู้ให้ได้
เมื่อวันสิ้นสุด ลู่หยางมีกลิ่นเต้าหู้ติดตัวไปทั้งร่าง ดวงตาที่จดจ่ออยู่กับเต้าหู้มาตลอดเกือบจะกลายเป็นตาเหล่
โชคดีที่หุ่นกลมีประสบการณ์มาก ตบหน้าลู่หยางสองที ดวงตาก็กลับมาเป็นปกติ
พอถึงเวลาอาหาร ลู่หยางมองโต๊ะที่เต็มไปด้วยเต้าหู้แล้วนิ่งเงียบไม่พูดจา
เต้าหู้ผัด เต้าหู้ทอด เต้าหู้นึ่ง เต้าหู้อ่อน น้ำเต้าหู้ต้ม เต้าหู้…
วัตถุดิบล้วนเป็นเต้าหู้ที่ลู่หยางบีบแตกระหว่างวัน ได้ยินว่าเต้าหู้อ่อนกับน้ำเต้าหู้เป็นของที่ร้านค้าใจดีส่งมาให้
ลู่หยางอยากไปกราบบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของพวกเขา
ลู่หยางรู้ดี ตราบใดที่เขายังควบคุมพลังไม่ได้ ก็ต้องกินแต่เต้าหู้ต่อไป
พูดง่ายๆ คือ เขากับเต้าหู้ต้องมีใครสักคนพ่ายแพ้
เต้าหู้ก็ไม่ใช่ของธรรมดา กินเป็นประจำจะช่วยปรับสมดุลธาตุทั้งห้าของผู้บำเพ็ญ ทำให้ลมปราณไหลเวียนต่อเนื่อง เพิ่มความทนทานในการต่อสู้ มีประโยชน์นับไม่ถ้วน
แต่ใครจะทนกินเต้าหู้ทุกวันได้
ลู่หยางทำอะไรไม่ได้ ก้มหน้าก้มตากิน คิดถึงวิธี