อดูประหลาดใจยิ่งกว่าลู่หยาง “นี่มันการโกง หากสำนักเวิ่นเต๋ารู้เข้า…”
เมิ่งจิ่งโจวโบกมือ สีหน้ามั่นใจ “รถม้าคันนี้ของข้าเป็นของวิเศษ แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนผู้ยิ่งใหญ่หรือผู้อาวุโสที่อยู่อย่างสันโดษก็ไม่อาจใช้จิตสำรวจเข้ามาที่นี่ได้”
“อ้อ เช่นนั้นรบกวนคุณชายเมิ่งบอกเนื้อหาการทดสอบด้วย”
ลู่หยางได้ยินดังนั้นก็ตั้งใจฟัง
เมิ่งจิ่งโจวกระแอมเบาๆ “การทดสอบของสำนักเวิ่นเต๋าแบ่งเป็นสามด่าน ด่านแรกทดสอบรากฐาน เป็นการทดสอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีช่องโหว่หรือทางลัด ที่พอจะมีช่องทางให้จัดการได้คือด่านที่สองและสาม”
“ด่านที่สองทดสอบคุณธรรม มีรถม้าที่ควบคุมไม่ได้ กำลังจะพุ่งชนคนห้าคนที่นอนอยู่ข้างทาง ถ้าถูกชนต้องตายแน่ และยังมีอีกคนนอนอยู่ไม่ไกล พวกเราในฐานะคนนอกสามารถควบคุมทิศทางของรถม้าที่กำลังคุมไม่อยู่ได้ จะเลือกไม่ทำอะไรปล่อยให้ชนคนตายห้าคน หรือจะเปลี่ยนทิศทางให้ไปชนอีกคนหนึ่ง?”
ลู่หยางตอบทันที “ชนคนคนเดียว”
เมิ่งจิ่งโจวประหลาดใจมาก ตั้งแต่เขารู้เนื้อหาการทดสอบด่านที่สอง ก็คิดหาทางแก้ไม่ออกมาตลอด ทำไมลู่หยางถึงตัดสินใจได้ทันที?
ถ้าเลือกไม่ทำอะไร ก็ต้องมองดูคนห้าคนถูกชนตาย แม้จะมีเหตุผลแต่ก็ทำใจไม่ได้
ถ้าเลือกเปลี่ยนทิศทาง ให้ชนอีกคนหนึ่ง คนคนนั้นก็โชคร้ายที่ต้องตาย แถมยังเป็นเพราะเราลงมือเอง
เมิ่งจิ่งโจวพูดความสงสัยออกมา ลู่หยางอธิบาย “ที่ไหนจะมีเวลาให้คิดมากมาย กว่าท่านจะคิดได้ คนทั้งห้าก็ตายไป