าย
และในคลังมิติของหลินโม่ ก็มีเทคโนโลยีที่คล้ายกันนี้อยู่นับไม่ถ้วน
แต่เขาขาดคนที่จะไขคำตอบเหล่านี้ได้
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ขาดทีม
หลินโม่ไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ เขาจำเป็นต้องสร้างระบบการวิจัยและพัฒนาที่เป็นของเมืองใหม่ขึ้นมา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินโม่ก็หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา
“เย่อิง มาหาฉันที่นี่หน่อย”
“ค่ะ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างของเย่อิงก็ปรากฏขึ้นที่หน้าร้านสะดวกซื้อ
“เจ้านายเรียกหาฉันเหรอคะ”
“ตอนนี้ค่ายของเรามีผู้รอดชีวิตอยู่เท่าไหร่?” หลินโม่ถามเข้าประเด็น
“จำนวนประชากรที่ลงทะเบียนไว้ตอนนี้ ทั้งหมดสองพันหกร้อยยี่สิบเจ็ดคนค่ะ” เย่อิงรายงานตัวเลขที่แม่นยำอย่างรวดเร็ว
“ไปรวบรวมเอกสารลงทะเบียนของผู้รอดชีวิตทั้งหมดมา”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เย่อิงก็ชะงักไป ไม่เข้าใจว่าทำไมหลินโม่ถึงอยากจะดูของพวกนั้นขึ้นมากะทันหัน
“ฉันต้องการรายชื่อ” หลินโม่ไม่ได้อธิบายมาก ออกคำสั่งโดยตรง
“คัดกรองรายชื่อทั้งหมดของผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปก่อนเกิดภัยพิบัติ หรือมีความเชี่ยวชาญทางเทคนิค”
“วิศวกร, หมอ, ครูเคมี, นักวิจัยฟิสิกส์, โปรแกรมเมอร์… แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ขอแค่เป็นคนที่หาเลี้ยงชีพด้วยทักษะทางเทคนิค ฉันเอาหมด”
เย่อิงเข้าใจเจตนาของหลินโม่ในทันที
ในวันสิ้นโลก ผู้คนให้ความสำคัญกับพละกำลังและทักษะการเอาชีวิตรอดมากกว่า
ทหารที่สู้เก่งหนึ่งคน มีค่ามากกว่าศาสตราจารย์ใส่แ