ม้น
จะเป็นใครไปได้นอกจาก มู่เป่ยเฉิน
หลังจากเสร็จธุระที่ตระกูลจู เขาก็บึ่งมาตระกูลฉู่ทันที
เพราะ… เขารู้ว่าตระกูลฉู่ยังไงก็ต้องโดนถล่มไม่ช้าก็เร็ว
เลยกะว่าจะมาชิงตัดหน้า ยึดคลังสมบัติไปพลางๆ พร้อมน้ำตา (แห่งความปิติ)
แน่นอน... สุสานบรรพชนก็ห้ามเว้น
ไม่นาน มู่เป่ยเฉินก็ขุดไปถึงสุสาน
ด้วยความชำนาญระดับปรมาจารย์ เพียงชั่วพริบตา เขาก็งัดหลุมศพตระกูลฉู่จนเกลี้ยง
ราวกับคนเก็บของเก่า เขาเก็บกวาดทุกอย่างในสุสานไปจนหมด
จากนั้นก็ตรงไปที่คลังสมบัติ แล้วก็กวาดเรียบอีกเช่นเคย
โอ้โห ไม่เลว ไม่เลว รวยกว่าตระกูลจูตั้งเยอะ มู่เป่ยเฉินดีใจจนเนื้อเต้น
ตัดภาพกลับมาที่ตระกูลฉู่ เวลานี้บ้านตระกูลฉู่ประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสี ติดตัวอักษรมงคลสมรสไปทั่ว
กู้เฉินยืนมองภาพความรื่นเริงนั้นด้วยสายตาเย็นชาจากระยะไกล
กู้เฉินสืบข่าวมาแล้ว ได้ความว่ามีตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลหนึ่งถูกใจนายน้อยตระกูลฉู่ จึงตกลงให้มีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
ส่วนตระกูลฝ่ายหญิงมีที่มาที่ไปอย่างไร ดูเหมือนจะมีคนรู้น้อยมาก กู้เฉินเองก็สืบไม่ได้ความ
แต่เขาไม่สน ใครขวางทางแค้น คือศัตรู
ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าประตูตระกูลฉู่แล้ว
ที่แปลกคือ นอกจากคนหามเกี้