ในวินาทีนี้ราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง
เสียงตะโกนของหวังฮ่าว หยุดชะงักลงทันที
สีหน้าเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของเขาแข็งค้าง ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่แข็งตัวอย่างน่าเกลียด
จางเชี่ยนเอามือปิดปาก ตากลมโต
สายตาของทุกคน จับจ้องไปที่ผู้จัดการร้านที่โค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง และชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจ ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่าทาง
“เกิด… เกิดอะไรขึ้น?” สมองของหวังฮ่าวตามไม่ทัน
ผู้จัดการโจวยืดตัวตรง สีหน้ากลับมาสงบนิ่ง แต่เป็นความสงบนิ่งที่แฝงไปด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด
เขาหันไปมองหวังฮ่าว รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและห่างเหิน
“คุณหวังครับ กรุณาหยุดส่งเสียงดังทันที มิฉะนั้นผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณกับคุณผู้หญิงท่านนี้ออกไป”
“แกพูดว่าอะไรนะ?” หวังฮ่าวรู้สึกว่าตัวเองฟังผิดไป “แกให้ฉันไสหัวไป? แกรู้ไหมว่าพ่อฉันเป็นใคร? ฉันมาใช้จ่ายที่นี่ปีละเท่าไหร่?”
“คุณผู้ชายท่านนี้เพิ่งจะจองดินเนอร์ส่วนตัวแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับเชฟใหญ่เป็นเงินสามแสนบาทครับ” เสียงของผู้จัดการโจวสงบนิ่งมาก
เขาเอี้ยวตัว หันไปทางหลินโม่อีกครั้ง ทำท่า “เชิญ”
“คุณหลินครับ ‘ห้องดวงดารา’ เตรียมพร้อมสำหรับท่านแล้ว เชิญตามผมมาครับ”
หลินโม่ถึงจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
เขาตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้มองหวังฮ่าวกับจางเชี่ยนเลยสักแวบเดียว
ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงอากาศสองก้อนที่ส่งเสียงดังได้