“ฟิ้ว—”
วิหคเพลิงลอยโค้งเป็นพาราโบลาในอากาศอย่างสวยงาม ร่อนตกลงนอกเรือนสี่ประสานดัง “ตึง”
เหยาเมิ่งจีและสองปู่หลานกู้ฉางชิงที่ยังโต้เถียงกันอยู่พลันหยุดชะงักในทันใด
พวกเขาหันไปมองวิหคเพลิงตามๆ กัน
กลับเห็นว่าวิหคเพลิงในยามนี้ไม่หลงเหลือท่าทีฮึกเหิมเร่าร้อนเช่นก่อนอีกแล้ว ดวงตาสองข้างว่างเปล่าเลื่อนลอยราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูก ขนตลอดทั้งตัวไม่สดใสแวววาว ไม่ยากจะจินตนาการว่าเมื่อครู่มันต้องผ่านการทรมานแสนสาหัสเพียงใด
ดีร้ายอย่างไรก็เป็นวิหคขั้นต้าเฉิง อีกทั้งในร่างกายยังมีสายเลือดวิหคสวรรค์ กลับตกต่ำจนมีจุดจบเช่นนี้ ช่างน่าเศร้าน่าสมเพช ชวนให้คนสะอื้นไห้ยิ่งนัก
ทุกคนต่างมองไปยังเรือนสี่ประสานด้วยสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง
น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“หาเรื่องใส่ตัว หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!” กู้ฉางชิงหยิบวิหคเพลิงมาไว้ในมือ พลางพูดอย่างโศกเศร้า “เจ้าอยากรนหาที่ตายก็ช่างเถอะ ไยต้องเอาพวกข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย พวกข้าซวยแล้ว!”
“สวบๆๆ!”
เวลานี้เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้ดังมาจากทางเดิน
มาแล้ว!
ปรมาจารย์กลับมาแล้ว!
ทุกคนตื่นตระหนก รีบลูบหน้าลูบตา จัดแจงสีหน้าและอารมณ์ของตนด้วยความเร็วสูงสุด