มาจารย์ครั้งแรก ย่อมต้องมีของขวัญพบหน้าสักหน่อย คราวก่อนปรมาจารย์บอกว่าอยากได้ปีศาจที่บินได้มาเป็นสัตว์สำหรับขี่สักตัว ไม่รู้ว่าปรมาจารย์จะชื่นชอบวิหคเพลิงตัวนี้หรือไม่ เฮ้อ ข้าล่ะกังวลนัก!”
เหยาเมิ่งจีตะลึงตาค้างอีกครั้ง “ปรมาจารย์บอกว่าอยากได้ปีศาจที่บินได้?”
“ก็ใช่น่ะสิ ตอนอยู่ที่หุบเขาเมฆาคราม คำใบ้ของปรมาจารย์ชัดเจนยิ่งนัก ทำไมล่ะ? ท่านเมิ่งจีไม่ได้เตรียมไว้หรือ?”
เหยาเมิ่งจีหันขวับมองไปทางฉินม่านอวิ๋น “ม่านอวิ๋น เป็นความจริงหรือ?”
ฉินม่านอวิ๋นพยักหน้า “เป็นเช่นนี้จริง แต่ครั้งก่อนที่ข้ากลับมา ท่านอาจารย์กำลังฝ่าด่านตู้เจี๋ย ข้าเลยไม่มีเวลาบอกท่าน”
“เจ้าเลอะเลือน!” เหยาเมิ่งจีชี้ไปที่ฉินม่านอวิ๋นอย่างสั่นเทา ใบหน้าแดงฉานด้วยความร้อนใจเป็นกังวล “ตู้เจี๋ยของข้าจะสำคัญอะไร! ตายก็แค่ตาย! สิ่งสำคัญที่สุดคือเอาอกเอาใจผู้ยิ่งใหญ่ ในเมื่อรู้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ต้องการสิ่งใด ไยยังละเลยไม่สนใจ? เจ้า เจ้า เจ้า…เจ้าทำให้ข้าโกรธจะตายอยู่แล้ว!”
กู้ฉางชิงหัวเราะร่า “ท่านเมิ่งจี พวกท่านไม่มีนกก็ช่างเถอะ อย่ารอช้าเลย ข้าต้องรีบไปเยี่ยมเยียนปรมาจารย์แล้ว”
เหยาเมิ่งจีขมวดคิ้วแน่น อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามอย่างขมขื่น “เจ้าไปนำวิหคเ