วลาท่านบรรพบุรุษแล้ว รีบปรากฏกายออกมาทีเถอะ!”
คราวนี้ แผ่นศิลาเซียนไม่แม้แต่จะเปล่งแสง
เหยาเมิ่งจีจิตใจอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง
กลับต้องพ่ายแพ้ลงในช่วงเวลาสำคัญ บรรพบุรุษ ท่านก็พึ่งไม่ได้เอาเสียเลย
ถึงไม่ได้วิหคเพลิง ได้นกเพลิงสักตัวก็ยังดี อย่างน้อยก็ถือเป็นน้ำใจส่วนหนึ่งของพวกเรา
เขาสีหน้าบูดบึ้ง กระอักเลือดจนหน้าซีด เดินออกจากห้องโถงบรรพบุรุษอย่างไม่มีทางเลือก
กู้ฉางชิงหัวเราะลั่น “สหายเต๋าเมิ่งจี ยังรออะไรอีก รีบไปกันเถอะ”
เหยาเมิ่งจีทอดถอนใจ “เฮ้อ ไปกันเถอะ”
คราวนี้โชคชะตาไม่อำนวยจริงๆ ทั้งที่โอกาสจะทำให้ปรมาจารย์พึงพอใจได้สบายๆ มาถึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ
ผิดพลาดมหันต์ ผิดพลาดมหันต์!
ไม่อยากคิด น้ำตาจะไหล
เหยาเมิ่งจีและฉินม่านอวิ๋นนำกู้ฉางชิงขี่ลำแสง ไม่นานก็มาถึงเชิงเขา
ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยขึ้นว่า “ผู้ยิ่งใหญ่อยู่บนเขา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อปรมาจารย์ พวกเราต้องเดินเท้าขึ้นไป”
“เช่นนี้เหมาะสมแล้วๆ!” กู้ฉางชิงพยักหน้าเห็นด้วย และไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือน “วิหคเพลิง อีกเดี๋ยวเจ้าต้องทำผลงานให้ดี ทำให้ปรมาจารย์ชื่นชอบให้ได้”
“เหอะๆ”
วิหคเพลิงหัวเราะน้ำเสียงเย็นชา แสดงออกถึงการดูถูกเหยียดหยาม
มันคอยเฝ้าดูการแสดงของมนุษย