วันรุ่งขึ้น
ลำแสงหลายสายพุ่งออกจากอารามเต๋าหลินเซียนมาลงจอดที่เชิงเขา
เหยาเมิ่งจียืนอยู่ที่เชิงเขา มองขึ้นไปด้านบนแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าไม่ต้องตามไป เมื่อเป็นการบอกลา ข้าไปคนเดียวก็พอ”
“ท่านอาจารย์ พวกเราจะรอท่านอยู่ที่นี่”
ฉินม่านอวิ๋นกัดฟันพูดด้วยความคาดหวังเล็กๆ “ข้าคิดว่าปรมาจารย์คุยง่าย บางทีเขาอาจเห็นท่านอาจารย์มุมานะหมั่นเพียร แล้วยินดีช่วยเหลือก็เป็นได้”
“สมพรปากเถิด” เหยาเมิ่งจีหัวเราะร่าก่อนจะเดินขึ้นไปตามเส้นทางบนเขา
เขาไม่ได้ปฏิเสธฉินม่านอวิ๋น ความจริงแล้วในใจเขารู้ดี การขอให้ปรมาจารย์ช่วยเหลือนั้นยากเย็นยิ่ง จนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ในเมื่อปรมาจารย์อยู่ในโลกมนุษย์ในฐานะปุถุชน เขาจะงดเว้นเพื่อคนต่ำต้อยเช่นตนได้อย่างไร?
ทัณฑ์สวรรค์ในคราวนี้ นอกจากจะใช้พลังเหนือธรรมชาติแล้ว ผู้ใดจะช่วยตนได้?
“สวบๆๆ”
เขาก้าวขึ้นเขาทีละก้าว เท้าเหยียบใบไม้จนเกิดเสียงดังชัด
สารทฤดูเป็นช่วงเวลาที่ทุกสิ่งเหี่ยวเฉา ใบไม้ร่วงโรยจากต้น เฉกเช่นเดียวกับหัวใจของเหยาเมิ่งจี โศกเศร้าโดดเดี่ยว
เขาอดรู้สึกแปลบในใจเล็กๆ ไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่ายามที่ได้เหยียบภูเขาลูกนี้อีกครั้ง ตนจะมีสภาพเช่นนี้
เกรงว่า…นี่คงเป็นครั้งสุ