หลิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคล้ายมีร่องรอยความประหลาดใจบางอย่าง สายตากวาดมองจวนตระกูลหลิ่วจากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ และกล่าวว่า “ไม่เหนือความคาดคิด โลกมนุษย์ ตกต่ำถึงจุดนี้ บัดนี้คนรุ่นหลังในตระกูลหลิ่วของข้าก็ยังไม่มีกระทั่งผู้บำเพ็ญเซียนขั้นตู้เจี๋ย”
หลิ่วซิงเหอมีสีหน้าละอายใจ “ซิงเหอรู้สึกละอายใจต่อผู้เฒ่าบรรพบุรุษ”
“ไม่ใช่ความผิดเจ้า เส้นทางเซียนกับมนุษย์ถูกตัดขาด การเสื่อมสลายของโลกมนุษย์เป็นเรื่องที่อยู่ในความคาดหมายอยู่แแล้ว”
น้ำเสียงบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วแผ่วเบา จากนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ระหว่างเซียนกับมนุษย์ถูกขวางกั้นเช่นนี้ เจ้าใช้วิธีใดเรียกข้ามา?”
“ข้า?”
หลิ่วซิงเหอสีหน้างุนงงก่อนจะพูดว่า “ข้าเพียงแต่สิ้นหวัง จำต้องสักการะด้วยพลังบำเพ็ญตลอดทั้งชีวิตของข้า ถึงเรียกท่านมาได้”
“สถานการณ์ของฟ้าดินในยามนี้ อาศัยเพียงพลังบำเพ็ญของเจ้าผู้เดียวก็สามารถเรียกข้ามาได้หรือ? เป็นไปไม่ได้!”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วอดส่ายหัวไม่ได้ ถามด้วยความสงสัย “ระยะนี้เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น?”
หลิ่วซิงเหอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหัว “ก็ไม่เห็นว่ามีข่าวอะไรนะขอรับ”
“เอาเถอะ” บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วเลิกคิด แต่เอ่ยขึ้นว่า “เจ้า