้างหวีดหวิวไปตา ามลม มาพร้อมกับฟ้าร้องบนท้องฟ้า
“น่าตลก น่าตลกซะจริง!”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่อดส่ายหัวไม่ได้ และพูดอย่างประชดประชัน “ความไม่รู้ ช่างโง่เขลานัก! ความแข็งแกร่งของข้า เจ้าคงนึกภาพไม่ออก!”
หลิ่วซิงเหอเองก็รู้สึกขบขัน “กู้ฉางชิง ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าบรรพบุรุษของข้ามาถึงที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว เจ้าก็ยังพูดแบบนี้ออกมาได้ ไม่กลัวจะถูกคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหรืออย่า างไร”
“ข้าไม่อาจล่วงเกินงั้นหรือ? ในโลกบำเพ็ญเซียนยังมีสิ่งที่ข้าไม่สามารถล่วงเกินได้อีกหรือ? พวกเจ้าประสบสิ่งใดมาถึงได้พูดจาไร้สมองเช่นนี้?”
แม้บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วจะหัวเราะ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายเย็นยะเยือก รู้สึกว่าตนถูกดูหมิ่น น้ำเสียงผันเปลี่ยนเย็นชา “ข้าว่าพวกเจ้าคงกลัวจนโง่ไปแล้วกระมัง! ให้ข้าช่วยเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นเบาๆ ชี้ไปที่คนทั้งหก
ทันใดนั้นฟ้าดินก็เปลี่ยนสี
“ครืน!”
ลมคลั่งหวีดหวิวคำรามดั่งสัตว์ร้าย เกิดพายุรุนแรง พัดพาเมฆบนท้องฟ้ากระจายไปอย่างไร้ร่องรอย ลมที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ก่อตัวขึ้นเป็นหัวมังกรสีฟ้า แกว่งไปมาในอากาศ พุ่งเข้าห หากู้ฉางชิงและคนอื่นๆ
หัวมังกรตัวนี้ใหญ่มากจนเกือบจะคลุมทั้งท้องฟ้า ปากของ