ยดายราวกับเป็นเต้าหู้ ความเร็วของเส้นไหมนั้นไม่ลดลง พุ่งเข้าหาบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วในทันที เพียงสัมผัสเบาๆ ภาพ พจำแลงของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วพลันสลายเป็นสายลม หายไปอย่างไร้ร่องรอย ยังไม่ทันแม้แต่จะพ่นลมหายใจ
ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ไร้ซึ่งเสียงกระทบดังสนั่นหรืออานุภาพยิ่งใหญ่ กระทั่งทุกคนยังไม่ได้สติกลับคืนมา ทุกอย่างก็จบลงแล้ว
ฉากเมื่อครู่ฉายซ้ำวนไปมาอยู่ในหัว จนหนังศีรษะทุกคนแทบจะระเบิด
นี่มันอะไร?
น่ากลัวจริงๆ!
ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!
ภาพจำแลงของเซียนสลายไปดื้อๆ เช่นนี้เพราะกระดาษอักษรแผ่นเดียว?!
ขณะที่ทุกคนยังตะลึงงัน น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวหนึ่งก็ลอยมาในอากาศ “ใครกัน? กล้าทำลายภาพจำแลงในโลกมนุษย์ของข้า รอก่อนเถอะ เจ้ากับข้าจะได้เห็นดีกัน! หากกล้าแตะต้องตระกูลหลิ่ว เจ้ากับข้าต้องตายกันไปข้าง!”
เสียงของเซียนดังก้องกังวานอยู่ในอากาศ
แต่แล้วกระดาษอักษรที่เดิมทีนับว่าสงบนิ่ง ดูราวกับถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันลอยขึ้นไปในอากาศ ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ก็ปลดปล่อยอารมณ์เดือดดาลออกมา
คล้ายกับวาจาอวดดีของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วได้ยั่วให้มันโกรธ
วินาทีต่อมา แสงสีแดงนั้นเข้มข้นถึงขีดสุดจนแทบจะพุ่งขึ้นนภา
“ฉึก