กลางป่าที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ผู้เฒ่าชุดน้ำตาลกับผู้เฒ่าชุดเทายังคงซ่อนตัวอยู่ในความมืด กำลังมองดูว่าจะมีโอกาสฉกฉวยผลประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นฉากที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้
สมองพวกเขามีเสียงหวึ่งๆ ราวกับอยู่ในความฝัน
หากบอกว่ามารตนนั้นทำให้พวกเขาตกตะลึง เช่นนั้นนกกระดาษนั่นก็ล้มล้างโลกทัศน์ของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง ไม่กล้าแม้แต่จะคิด
นี่มันของวิเศษอะไรกัน? สมบัติตระกูลเซียนก็ยังไม่มีสิ่งแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติเช่นนี้กระมัง?
ศาสตราเซียน?
พับกระดาษเป็นศาสตราเซียน?
ผู้เฒ่าชุดน้ำตาลสูดหายใจเฮือก เอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา “ผู้…ผู้พิทักษ์ใหญ่ เจอสถานการณ์เช่นนี้เราควรทำเช่นไร?”
ผู้พิทักษ์ใหญ่เหลือบมองเขาเบาๆ ปราดหนึ่ง “เจ้าโง่รึเปล่า ยังต้องถามอีกรึ? ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสัมพันธ์น่ะสิ! รีบตามข้ามาทำผลงานให้ดี!”
พวกฉินม่านอวิ๋นกำลังหารือว่าจะกำจัดตระกูลหลิ่วอย่างไร สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หันมองไปทางความมืด
ก็เห็นผู้เฒ่าชุดน้ำตาลกับผู้เฒ่าชุดเทาเดินออกมาทีละคน ใบหน้าพวกเขาประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร เอ่ยปากว่า “ผู้พิทักษ์กับรองผู้พิทักษ์ตระกูลหลิ่ว คารวะท่านผู้อาวุโส!”
“คนตระกูลหลิ่วรึ?” กู้ฉาง