ร้ายกาจยากหยั่งถึง
“ผู้พิทักษ์ใหญ่ หมายความเช่นไร?”
ผู้เฒ่าชุดน้ำตาลส่ายหัวอย่างอดไม่ได้ “เจ้านี่นะ สองพันกว่าปีมาแล้ว ความลับที่ตระกูลหลิ่วของเราได้ผงาดขึ้นมา เจ้ายังไม่เข้าใจอีกรึ?”
ผู้เฒ่าชุดเทาพูดอย่างถ่อมตน “ขอท่านผู้พิทักษ์ใหญ่โปรดชี้แนะ”
“เอาล่ะ ข้าจะบอกเจ้าให้” ผู้พิทักษ์ใหญ่ยิ้มจางๆ “เจ้าต้องรู้ว่า เมื่อที่อื่นยิ่งโกลาหล ก็ยิ่งเป็นโอกาสของเรา! ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ทุกครั้งที่เกิดเรื่องราวใหญ่โต ย่อมมาพร้อม มกับความพินาศและชีวิตใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่ถึงเวลานั้น พวกเราแค่ต้องทำเพื่อตนเองไม่สนใจสิ่งอื่น ก็จะสามารถตักตวงผลประโยชน์ท่ามกลางความพินาศมาได้!
อย่างเช่นครั้งนี้ หุบเขาเมฆาครามเกิดเรื่องใหญ่ พวกเรารีบไปตอนนี้ หากหุบเขาเมฆาครามไม่เหลืออยู่แล้ว เช่นนั้นของของหุบเขาเมฆาครามก็ย่อมเป็นของเรา! หากหุบเขาเมฆาครามต้องการให้เ เราช่วย เราก็สามารถเสนอข้อแลกเปลี่ยนในราคาสูงได้! หากเหตุการณ์ในหุบเขาเมฆาครามยังไม่ใหญ่พอ เช่นนั้นเราก็ทำให้มันใหญ่กว่าเดิม แล้วก็เข้าสู่สองข้อก่อนหน้านี้!
เจ้า…เข้าใจรึยัง?”
ผู้เฒ่าชุดเทาเผยสีหน้าประหลาดใจ ชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า “สมกับเป็นท่านผู้พิทักษ์ใหญ่ เฉียบแหลม