ชุดน้ำตาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ติดตามการส่งสัญญาณเสียงได้หรือไม่?”
ผู้เฒ่าชุดเทาส่ายหัว สีหน้าหม่นหมองดั่งห้วงน้ำ เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ดูจากแผ่นหยกส่งสัญญาณ แปดส่วนเกรงว่าองครักษ์ข้างกายนายน้อยจะตายหมดแล้ว!”
ผู้เฒ่าชุดน้ำตาลมุมปากกระตุก ดวงตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม “ใครกันช่างรนหาที่ตาย กล้าลงมือกับนายน้อย คิดว่าตระกูลหลิ่วของเรากลั่นแกล้งง่ายนักรึ?”
“คิดว่าคนผู้นั้นหากไม่บ้า คงไม่กล้าสังหารนายน้อย แต่ไม่ว่าเป็นใคร ต่อให้ฉีกร่างกระชากวิญญาณก็ยังไม่พอจะสงบโทสะตระกูลหลิ่วของเรา!”
ตอนนี้เอง ในใจพวกเขาเกิดความรู้สึกบางอย่าง จึงหยุดค้างกลางอากาศแล้วมองท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปด้วยความแปลกใจสงสัย
แม้ยามนี้จะดึกดื่นแล้ว แต่ก็สามารถแยกแยะได้ชัดเจน ความมืดทางฝั่งนั้นเข้มข้นมากกว่า ราวกับถูกความดำมืดถึงขีดสุดกลุ่มหนึ่งเข้าปกคลุม
ผู้เฒ่าชุดเทาสูดหายใจเฮือก คิ้วขมวด พูดอย่างประหลาดใจ “บรรยากาศแปลกยิ่งนัก ทางนั้นดูเหมือนจะเป็นหุบเขาเมฆาครามนี่! เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“คิดว่าคงมีบางอย่างเกิดขึ้นที่พิธีผนึกมารเมฆาคราม เหอะๆ ดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเรา เป็นโอกาสของเราแล้ว!” ผู้เฒ่าชุดน้ำตาลลูบเครา เผยรอยยิ้ม