บ่ายวันนั้นผู้คนบนหอคอยสูงเยอะขึ้นเรื่อยๆ กลางอากาศมีลำแสงพุ่งไปมาไม่ขาดสาย ผู้บำเพ็ญเซียนที่เดินทางมาก็เพิ่มความเร็วขึ้น
คนที่เดิมทีตั้งแผงขายของ เริ่มทยอยเก็บแผงกันแล้ว
บรรยากาศกดดันหนักอึ้งคืบคลานเข้าปกคลุมอย่างช้าๆ
จักรพรรดิลั่วตามหาหลี่เนี่ยนฝานจนพบ “คุณชายหลี่ บ่ายวันนี้จะเริ่มพิธีผนึกมารเมฆาครามแล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานตกใจเล็กน้อย “หือ? ไวเพียงนี้เชียวหรือ?”
ฉินม่านอวิ๋นพยักหน้า “เซียนเค่อจวีแห่งนี้มีหอคอยอยู่พอดี เป็นตำแหน่งที่มองเห็นพิธีผนึกมารเมฆาครามได้ดีที่สุด ข้าจะพาท่านไป”
“เช่นนั้นก็ดีสิ” หลี่เนี่ยนฝานตอบด้วยรอยยิ้ม
อันที่จริงหอคอยก็คือศาลาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางจุดสูงสุดของเซียนเค่อจวี บนนั้นมองเห็นทั่วทั้งสามร้อยหกสิบองศา ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางทัศนียภาพ ราวกับทั้งโลกตกมาอยู่ใต้เท้าอย่า างไรอย่างนั้น
ผู้คนในหอคอยมีไม่มาก ไม่ใช่เพราะสูงค่าเกินไป ทว่าดูจืดชืดเกินไป
ผู้บำเพ็ญเซียนสามารถขี่ลำแสงพุ่งไปกลางอากาศ ไม่จำเป็นต้องมาที่ศาลาแห่งนี้ ทว่าคนธรรมดาที่มีคุณสมบัติพอจะขึ้นมาได้ก็มีไม่มากนัก จึงไม่มีเหตุการณ์แออัดวุ่นวาย ทำให้หลี่