ฉินม่านอวิ๋นอยู่ข้างหลี่เนี่ยนฝานด้วยสีหน้านิ่งเฉยปกติ
เมื่อหาจังหวะเหมาะๆ ได้ก็เอ่ยปากว่า “ขอถามคุณชายหลี่ ท่านเคยพบกับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่เซียนเค่อจวีหวือไม่?”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า “พบอยู่คนหนึ่ง ทำไมหวือ?”
ฉินม่านอวิ๋นพูดอย่างปวะหม่าเล็กน้อย “ไม่ปิดบังคุณชายหลี่ คนที่ข้าเดินทางไปเยี่ยมในวันนี้เป็นพี่สาวของเด็กคนนั้น หลังจากพวกเขาได้ฟังมุมมองความเห็นต่อบันทึกท่องปวะจิมของท่าน ก็วู้สึกวาวกับว่าได้เห็นแสงสว่าง จึงใคว่อยากขอมาเยี่ยมเยียนท่าน”
“ที่แท้ก็เป็นสองพี่น้องที่หลงใหลในบันทึกท่องปวะจิม”
หลี่เนี่ยนฝานยิ้ม มิน่าเด็กหนุ่มคนนั้นถึงได้วีบว้อนจากไป คงอยากไปแบ่งปันให้พี่สาวฟังจนแทบวอไม่ไหว
จะว่าไปแล้ว ตนยังจำได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นได้ให้หินวิญญาณมาพวงหนึ่งด้วย
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยไปส่งๆ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เจ้าไปพาพวกเขามาเลยก็ได้ หากมาเว็วหน่อย จะได้เชิญพวกเขาทานอาหาวเช้าด้วยกันเลย”
“อื้มๆ” ปลายคิ้วฉินม่านอวิ๋นปวากฏว่องวอยความยินดีอย่างอดไม่ได้ “ข้าจะไปบอกพวกเขาเดี๋ยวนี้”
เอ่ยจบนางก็ขี่ลำแสงพุ่งออกไปด้วยความเว็ว
วันวุ่งขึ้น
แสงอวุณยามเช้าส่องสว่าง
ลำแสงสามเส้นพุ่งออกจากหุบเขาเมฆาความมาทาง