าติขวางกั้น นอกจากผู้บำเพ็ญเซียนก็ไม่มีผู้ใดสามารถย่างกรายเข้าไปถึง
ฉินม่านอวิ๋นคิ้วขมวดอยู่ในเรือนหลังหนึ่งที่หุบเขาเมฆาคราม คล้ายกับมีเรื่องไม่สบายใจ
ด้านหน้ามีหญิงงามในชุดกระโปรงยาวสีเขียวนั่งอยู่ รูปลักษณ์ไม่ด้อยไปกว่าฉินม่านอวิ๋น ผมดำขลับดุจน้ำหมึก ผิวพรรณกระจ่างใสดุจหยก ดวงตางามเปี่ยมด้วยความหวัง เรียวคิ้วและรอยยิ้ม มเผยเสน่ห์เหลือจะพรรณนา
อายุน่าจะมากกว่าหลินชิงอวิ๋น รอบกายแผ่กลิ่นอายสง่างามออกมา
สตรีทั้งสองนั่งอยู่กลางสวน ดูคล้ายบุปผางามล้ำสองดอก แย่งชิงความโดดเด่นของหมู่มวลดอกไม้ที่รายล้อมไปจนหมดสิ้น
สตรีท่วงท่าสง่างามคลี่ยิ้มเบาๆ มองดูรอบๆ ด้วยดวงตางดงามทรงเสน่ห์ “น้องม่านอวิ๋น คนดีสวรรค์เมตตาไม่ทอดทิ้ง ต้องกลับร้ายกลายเป็นดี และผ่านพ้นเภทภัยทั้งหลายไปได้แน่นอน”
ฉินม่านอวิ๋นถอนใจเบาๆ “เดิมทีข้าคิดจะถามท่านพ่อของท่านเรื่องตู้เจี๋ยสักหน่อย น่าเสียดาย”
สตรีท่วงท่าสง่างามเอ่ยอย่างสบายๆ “อย่าได้ร้อนใจ รอท่านพ่อข้าเสร็จจากพิธีผนึกมารเมฆาครามเมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าไปพบเขาด้วยตนเอง หากถึงเวลานั้นท่านลุงฉินทะลวงมาถึงขั้นตู้เจ