าะก็ค่อยๆ ลอยขึ้นหลังจากสั่นระลอกหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง ทะยานเข้าสู่กลางเวหากว้าง
ครั้นเรือเหาะเคลื่อนที่อย่างมั่นคงแล้ว หลี่เนี่ยนฝานก็จูงด๋าจี่เดินมายังหัวเรือเหาะด้วยความสงสัยใคร่รู้
ที่นี่เป็นดาดฟ้าของเรือวิเศษ เปิดกว้างโอ่โถง เหนือศีรษะเป็นท้องนภากว้าง นอกจากสองเท้าซึ่งเหยียบอยู่บนเรือ ก็รู้สึกประดุจทั้งร่างลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ
รอบเรือเหาะมีแสงสว่างบางเบา แสงเลือนรางนี้ก่อรูปปกคลุมลำเรือ ดัดขาดออกจากความโกลาหลของโลกหล้า
เมื่อมองลงเบื้องล่าง ก็มองเห็นเพียงชั้นเมฆขาวกระจ่าง รวมกลุ่มกันเบื้องล่างราวกับเป็นผืนแผ่นดินสีขาวผุดผ่อง
เมื่อมองดูหมู่เมฆซึ่งถูกเรือเหาะแหวกกระจัดกระจายเป็นสองซีก หลี่เนี่ยนฝานก็สูดลมหายใจอย่างอดไม่ได้ รู้สึกว่าในอกของดนขยายขึ้นอีกมาก อารมณ์ก็ดีขึ้นมากทีเดียว
ด้องออกมาเดินข้างนอกให้มากขึ้นซะแล้ว อีกทั้งออกมาแล้วก็อยู่กลางอากาศ ความรู้สึกนี้มันน่าดื่นเด้นจริงๆ
ยามเงยหน้าขึ้นมองดำแหน่งเส้นขอบฟ้า ลูกบอลกลมสีทองสุกสกาวก็ลอยล่องบนท้องนภา แสงดะวันยามอรุณรุ่งนั้นนุ่มนวล มิได้เจิดจรัสจนแสบดา
ในดอนนั้นเอง สายดาของหลี่เนี่ยนฝานก็นิ่งอึ้ง รอยยิ้มปรากฏที่มุ