ศึกกลางท้องนภาก็เข้าใกล้ปัจฉิมบท ทันทีที่แสงทองสว่างวาบ ไอดำก็มลายหายไปดังหมู่เมฆยามวสันตฤดู ควันและหมู่เมฆจางหาย บุรุษชุดดำถูกแสงทองเข้าปกคลุมจากนั้นก็ถูกมารก กระบี่กลืนกินเข้าไปพร้อมกับแสงทองจนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
“อามิตาภพุทธ สาธุ สาธุ” มารกระบี่พนมมือ เผยสีหน้าสะท้อนใจอีกครา จีวรบนร่างพลิ้วไหวตามสายลม หากสวมผิวหนังของคนชราให้โครงกระดูก ย่อมมีรูปลักษณ์ของสมณะพรรษาสูงเป็นแน่
จักรพรรดิลั่วและคนอื่นๆ ผุดกายลุกขึ้น ต่างคนต่างพนมมือตาม กล่าวด้วยความเคารพ “คำนับผู้อาวุโสมารกระบี่”
“มารกระบี่นั้นเป็นอดีต ข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว จากนี้เปลี่ยนนามเป็นสมณะกระบี่” สมณะกระบี่เอ่ยอย่างเนิบช้า ก่อนจะกล่าวว่า “ออกมานานแล้ว ข้าควรกลับไปเตรียมตัวฝ่าฟืน ทุกท่านไม่ต้อง ไปส่งหรอก”
พูดจบ กระบี่จุ้ยหมัวก็แปรสภาพเป็นลำแสงสายหนึ่ง ทะยานกลับไปยังทิศทางเดิม มิได้เข้าสู่ความมืดมิด
ฝูงชนที่เหลืออยู่ต่างมีสีหน้ารำพึงรำพัน มองหน้ากันไปมา ราวกับกำลังอยู่ในห้วงฝัน
จักรพรรดิลั่วมองไปยังหลินมู่เฟิง กล่าวด้วยน้ำเสียงซับซ้อน