่อปรมาจารย์ทิ้งกระดิ่งลมไว้ ย่อมเป็นการบอกใบ้ว่าเขาคาดหวังให้พวกเราไป”
“มีเหตุผล” จักรพรรดิลั่วและฉินม่านอวิ๋นพรูลมหายใจพร้อมกัน ความกระวนกระวายใจค่อยๆ ผ่อนคลายลง
ทันใดนั้น ฉินม่านอวิ๋นก็เอ่ยว่า “มารกลุ่มนั้นชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ถ้าหากส่งผลต่อความสงบสุขของปรมาจารย์ละก็ ตายยังน้อยไปด้วยซ้ำ!”
จักรพรรดิลั่วพยักหน้า “ผิดที่พลังของพวกเราไม่มากพอ ถึงกับต้องลำบากให้มีดตัดฟืนของปรมาจารย์ลงมือ ไม่สมควรเอาเสียเลย”
หลินมู่เฟิงรำพันขึ้นทันใด “เหล่ามารวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แล้ว พิธีผนึกมารเมฆาครามใกล้เข้ามาแล้ว หวังว่ามารเหล่านี้จะไม่เล่นพิเรนทร์อะไร”
ผู้พูดมิได้ใส่ใจ
ทว่าฉินม่านอวิ๋นและจักรพรรดิลั่วสมองแล่นปราด รู้สึกเพียงว่าหัวใจเต้นคร่อมครึ่งจังหวะ
ฉินม่านอวิ๋นรีบพูดว่า “เมื่อครู่ท่านบอกว่าพิธีอะไรนะ”
“พิธีผนึกมารเมฆาครามที่จัดขึ้นทุกห้าปี พวกเจ้าหลงลืมไปก็ไม่แปลก ครั้งก่อนข้าก็ยังไปดูมา พิธีอลังการยิ่งนัก” หลินมู่เฟิงเผยสีหน้าหวนระลึกถึงอดีต
ฉินม่านอวิ๋นและจักรพรรดิลั่วมองหน้ากันคราหนึ่ง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม เอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “ข้าเข้าใจแล้ว!”
หลินมู่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย “พวกเจ้าเข้าใจอะไร”
“ครั้งก่อนปรมาจ