ุษชุดดำคนนั้น ปรมาจารย์กำลังทดสอบพวกเราอยู่หรือ ถึงกับไม่ได้นำกระดิ่งจิตสวรรค์กลับไปด้วย”
“ไม่เห็นต้องลังเล นั่นเป็นเครื่องบรรณาการของปรมาจารย์ ย่ำรุ่งพรุ่งนี้ค่อยนำไปมอบให้ปรมาจารย์!” หลินมู่เฟิง พูดไปตามตรง
ทุกคนต่างพยักหน้ารัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น!”
ปรึกษากันมาตลอดทั้งคืน จวบจนของฟ้าทอแสงสีเงิน ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตัวแทน
มีคนจำนวนมากเหลือเกิน แน่นอนว่าจะเฮละโลกันไปทั้งหมดไม่ได้
สุดท้ายแล้วก็เป็นหลินมู่เฟิง จักรพรรดิลั่ว และฉินม่านอวิ๋นสามคนเป็นตัวแทนมุ่งหน้าไปยังเรือนสี่ประสาน
ผ่านไปสองชั่วยาม ทั้งสามก็ทะยานลำแสงมาถึงเรือนสี่ประสาน หยุดลงที่เชิงเขา จากนั้นจึงเดินเท้าขึ้นเขาไปด้วยความจริงใจล้นปรี่
จักรพรรดิลั่วกล่าวอย่างอดไม่ได้ว่า “ช่วงนี้มาหาปรมาจารย์บ่อยครั้งนัก”
นี่เป็นครั้งที่สามที่พวกเขาแวะมาในช่วงไม่กี่วันมานี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ
ไม่รู้ว่าจะไปรบกวนปรมาจารย์หรือไม่
“พวกเราทำเพื่อปรมาจารย์ ปรมาจารย์คงจะไม่รังเกียจหรอกกระมัง” ฉินม่านอวิ๋นพูดอย่างลังเล รู้สึกไม่มั่นใจเท่าไรนัก
เมื่อวานเพิ่งไปกินเนื้อหอยเป๋าฮื้อสดใหม่ที่เรือนของเขา วันนี้ก็มาอีกแล้ว
หลินมู่เฟิงยิ้มเอ่ย “วางใจเถิด ในเมื