ฉินม่านอวิ๋นดวงตาพราวประกายขึ้น รีบเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกท่านพบร่องรอยของมารกลุ่มนั้นแล้วหรือ”
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า “เป้าหมายของมารเหล่านี้คล้ายกับจะเป็นหอเซียนหลิงอวิ๋น ไม่รู้เพราะเหตุใดพวกมันถึงยืนยันว่ากระบี่จุ้ยหมัวอยู่ที่หอเซียนหลิงอวิ๋น”
“หอเซียนหลิงอวิ๋น?” ลั่วซืออวี่เลิกคิ้วเล็กน้อย คาดเดาว่า “เป็นไปได้ไหมว่าหอเซียนหลิงอวิ๋นรู้เจตนาของมารเหล่านั้น ถึงได้ตั้งใจดึงดูดมารเข้ามา”
ผู้อาวุโสใหญ่ชะงักงันไป ดวงตาฉายแววประหลาดใจ “เจ้าพูดเช่นนี้ก็มีเหตุผล!”
ฉินม่านอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย “คำพูดนับว่ามีเหตุผล!”
“เช่นนั้นยังจะรออะไรอีก พวกเราต้องรีบแล้ว โอกาสสร้างความดีความชอบมาอยู่ตรงหน้าแล้ว!” ผู้อาวุโสรอง
ร้อนรน เตรียมตัวออกเดินทางได้ทุกเมื่อ
“ถูกต้อง อย่าได้ลังเล ออกเดินทางเดี๋ยวนี้!” ผู้อาวุโสอีกสามคนเร่งร้อนทะยานลำแสงออกไปพร้อมกัน “ข้าไปด้วย!”
……
หอเซียนหลิงอวิ๋น
กลิ่นอายสังหารเข้าปกคลุมแน่นหนา
ใบหน้าของลูกศิษย์ทุกคนล้วนกระวนกระวาย พวกเขามองออกไปไกลอย่างเลิ่กลั่ก สายตาเปี่ยมความหวาดกลัว
หลินมู่เฟิงยืนอยู่บนตำหนักใหญ่ ทอดสายตามองออกไปยังฟากฟ้าอันแสนไกล สายตาลึกล้ำ สีหน้าซับซ้อนเกิน
หยั่ง