รู้
ในยามนั้น ดวงตะวันลาลับลงทิศประจิม ท้องนภามืดครึ้มลงบ้างแล้ว
กลางเวหากว้าง หมู่เมฆหนาเป็นชั้นลอยล่อง ราวกับจะร่วงหล่นลงมา พลอยให้สีของท้องฟ้ายิ่งครึ้มลง บรรยากาศอันน่าอึดอัดเข้ากลืนกินไปทั่วทุกที่
ในตอนนั้น มีลูกศิษย์คนหนึ่งกระวีกระวาดเหาะเข้ามา พูดอย่างเดือดดาล “ท่าน ท่านประมุข สำนักเสวียนเยวี่ย…ถูกทำลายแล้ว!”
ลูกศิษย์ทั้งหลายล้วนหน้าถอดสี แลดูกระวนกระวายอยู่ไม่สุขยิ่งกว่าเดิม
ผู้อาวุโสใหญ่สีหน้าหนักอึ้ง กล่าวกับหลินมู่เฟิงว่า “ท่านประมุข พวกเราจะไม่ไปขอความช่วยเหลือจากปรมา
จารย์จริงหรือ”
หลินมู่เฟิงสูดหายใจเข้าลึก ส่ายหน้าพลางเอ่ย “ปรมาจารย์คาดการณ์ทั้งหมดไว้แล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมอยู่ในการควบคุมของเขา หากคิดอยากจะช่วยก็ต้องช่วยอย่างแน่นอน พวกเราไปขอร้ อง รังแต่จะรบกวนชีวิตของปรมาจารย์ เกรงว่าจะไปยั่วโทสะของเขาเอาได้”
ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มขื่น พูดต่อว่า “มารกลุ่มนั้นเห็นได้ชัดว่ามาเพื่อกระบี่จุ้ยหมัว ไฉนพวกเราต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า”
“เจ้ารู้ว่าหมากคืออะไรไหม” หลินมู่เฟินมองไปยังผู้อาวุโสใหญ่ ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “ในฐานะที่เป็นตัวหมาก ก็