โดยตลอด ฮ่าๆๆ ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าผิดที่ตรงไหน”
หลินมู่เฟิงมองนักพรตเทียนเหยี่ยน และเอ่ยปากถามขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ “สหายเทียนเหยี่ยน เช่นนั้นเจ้าเตรียมจะ…”
“ข้าจะทำลายตบะของตนเอง มุ่งมั่นศึกษาวิถีหมากนับแต่นี้ไป!”
นักพรตเทียนเหยี่ยนมีสีหน้าแน่วแน่ ดวงตาฉายวาบเปลวเพลิงอันโชติช่วง “ข้าจะหาสถานที่สงบปลีกวิเวก พวกเจ้าไม่ต้องตามหาข้าแล้ว ข้าขอลา!”
พูดจบ เขาก็เร่งร้อนออกทะยานลำแสงออกไป
หลินมู่เฟิงและซุนเชียนซานมองตามเงาของนักพรตเทียนเหยี่ยนอย่างอึ้งงันไปชั่วขณะ
“ผู้เฒ่าหลิน เขาบอกว่าจะทำลายตบะของตนเองหรือ”
“เห็นจะเป็นเช่นนั้น”
“นี่มัน…เข้าใจแล้วก็ทำลายทิ้ง?”
……
ในเรือนสี่ประสาน
หลี่เนี่ยนฝานมองพวกเขาทั้งสามเดินออกไป ยิ้มพลางส่ายหน้า
ดีแล้วที่ไม่รั้งอยู่ต่อ ช่วงนี้บ้านฉันแร้นแค้นซะไม่มี ไม่มีแม้แต่เนื้อสัตว์ป่า ถ้าหากพวกเขาอยู่ต่อ ก็ทำได้แค่เสิร์ฟผักกับผลไม้ให้พวกเขากิน ไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่
เฮ้อ ออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ แย่จริงๆ
หลี่เนี่ยนฝานลอบถอนหายใจ สายตามองไปยังตู้เย็นที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพมา อารมณ์ก็พลอยดีขึ้นมาทันที
ความหลากหลายของอาหารหลังจากนี้ไปก็จะมีเพิ่มมากขึ้นแล้ว
ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้เกรงอก