เจ้าเข้าใจ?
หลินมู่เฟิงและผู้เฒ่าซุนมองไปยังนักพรตเทียนเหยี่ยนพร้อมกัน
“โอ้? รีบเล่าให้พวกข้าฟังเร็ว” ผู้เฒ่าซุนกล่าวด้วยความฉงนสนเท่ห์
“อันที่จริง ข้าก็มีสภาวะเช่นนี้เหมือนกัน” นักพรตเทียนเหยี่ยนยิ้มเอ่ย “ผู้บำเพ็ญตนอย่างพวกเรา ไม่มีใครเกิดมาแล้วเป็นเซียนได้ แรกเริ่มก็ลงมาในร่างปุถุชน ข้ามักจะคิดอยู่เ เสมอว่าถ้าหากข้าบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียนจริง ชีวิตอันยุ่งยากเช่นนี้ก็จะสิ้นสุดลง ได้กลับมาเป็นปุถุชนอีกครา ใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนโดยไร้กังวล เป็นอิสรเสรี ท่องเที่ยวไ ไปในโลกมนุษย์อย่างเพลิดเพลินใจ”
“มีเหตุผล มีเหตุผล!”
ผู้เฒ่าซุนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เมื่อเป็นเช่นนั้น ในเมื่อใจอยากกลับสู่โลกีย์ ย่อมต้องชมชอบการผูกมิตรอย่างปุถุชน หากถูกคนมองพิรุษออกก็อาจรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเป็นแน น่”
ก็เหมือนกับมหาเศรษฐีคนหนี่งมายืนต่อหน้าเจ้า บอกเจ้าว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา มิได้ฝักใฝ่ในทรัพย์ศฤงคาร เจ้าจะกล้าลุกขึ้นยืนตอบโต้กับเขาต่อหน้า หักหน้าเขาหรือ
ไม่ เจ้าไม่กล้าหรอก! ไม่เพียงไม่กล้า มิหนำซ้ำยังต้องเล่นตามน้ำไปกับเขาอีก
หลินมู่เฟิง “เอาละ ไม่ต้องพูดแล้ว! ข้างหน้าก็ถึงแล้ว!”
ผู้เฒ่าซุนและนักพรตเทียนเหยี่ยนสั่นสะท