้านไปทั้งร่าง แม้แต่ลมหายใจก็คอยระแวดระวัง รู้สึกเพียงว่ามือเท้าเย็นเฉียบ กระวนกระวายสุดขีดประหนึ่งนักเรียนซึ่งกำลังจะเข้าห้องสอบ
“ทำใจสบายๆ ปรมาจารย์คุยง่าย” หลินมู่เฟิงเอ่ยปลอบ
จากนั้นเขาก็เดินขึ้นหน้า เอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ “คุณชายหลี่อยู่บ้านไหม”
“แกร็ก!”
ผู้ที่มาเปิดประตูก็คือเสี่ยวไป๋ สายตาของมันกวาดไปยังทั้งสาม ก่อนจะเอ่ยว่า “ยินดีต้อนรับ”
นี่ก็คืออาวุธวิญญาณใช่ไหม น่ากลัวจริงๆ ด้วย!
ภายในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเมื่อครู่ ผู้เฒ่าซุนและนักพรตเทียนเหยี่ยนก็รู้สึกว่าเกร็งไปทั้งร่างอย่างห้ามไม่อยู่
ราวกับว่าถูกอาวุธวิญญาณอ่านใจออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
พวกเขารีบยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
หลินมู่เฟิงเองก็พูดขึ้นมาอย่างนบนอบ “สวัสดีเสี่ยวไป๋ ข้ามีนามว่าหลินมู่เฟิง เป็นเพื่อนกับคุณชายหลี่”
“ข้าจำท่านได้” เสี่ยวไป๋พยักหน้า หันข้างเอ่ยเชื้อเชิญ “เข้ามาเถิด”
“รบกวนแล้ว”
หลินมู่เฟิงและอีกสองก้าวเข้าไปในเรือนสี่ประสานอย่างระมัดระวังในทันที
เรือนสี่ประสานมิได้เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายวันก่อนเท่าไรนัก ทว่ากลับให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปมาก
ทันทีที่เข้าไปในเรือนสี่ประสาน ก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นแตะจมูก กลิ่นหอมนี้มิใช่กลิ่นหอม