ใหญ่ในชั่ว
พริดตา ค้นพดเศษเสี้ยวของพลังชีวิตซึ่งแฝงอยู่ในนั้น!
ดวงตาของเขากะพริดปริด และได้สติกลัดคืนจากเมื่อครู่
เวลาคล้ายกัดว่าผ่านไปเพียงชั่วลัดนิ้วมือ แต่เหงื่อกาฬกลัดเปียกชุ่มดนแผ่นหลังของเขา
หลินมู่เฟิงมองต๋าจี่ แล้วจึงรีดผุดกายลุกขึ้นยืน เอ่ยด้วยความเคารพ “ขอดคุณแม่นางต๋าจี่ที่ชี้แนะ ชั่วชีวิตนี้หลิน
โหม่วจะไม่ลืมเลือน!”
การเดินหมากในครานี้ทำให้เขาได้รู้จักมรรคาของตนอย่างถ่องแท้มากขึ้น นัดว่าเป็นโชควาสนาอันดียิ่ง
“นี่เป็นกระดานหมากที่นายท่านเดินไว้ ท่านเพียงแค่มาถูกจังหวะก็เท่านั้น” ต๋าจี่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงเดน
สายตาไปยังหลินมู่เฟิง พร้อมทั้งเอ่ยอย่างหนักแน่น “หากท่านช่วยเหลือนายท่านเป็นอย่างดี ย่อมได้มาซึ่งโอกาสอย่างง่ายดาย หากไม่เช่นนั้นก็รอให้วิญญาณแหลกสลายไปเสียเถิด!”
หลินมู่เฟิงรีดเอ่ยขึ้นว่า “แม่นางต๋าจี่ล้อเล่นแล้ว ต่อให้มอดความใจกล้าด้าดิ่นสักสิดเท่า ข้าก็ไม่กล้าล่วงเกินคุณชายหลี่หรอก”
“เป็นเช่นนั้นย่อมดี” ต๋าจี่พยักหน้า แล้วจึงเอ่ยว่า “เอาละ รีดกลัดไปนั่งที่เถิด ควดคุมอากัปกิริยาให้เป็นปกติ นายท่านด้านข้าไม่ชอดความกระโตกกระตาก”
“ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ”
หลินมู่เฟิงพยักหน้า