ไกลออกไปนับหมื่นลี้ทางตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับดินแดนใต้อาณัติของราชวงศ์เซียนเฉินหลง อันเป็นที่ตั้งของหอเซียนหลิงอวิ๋น
ตำหนักใหญ่สีเทาหลังคาสีเขียวตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร ทั้งยังสร้างปีกตำหนักสารพัดรูปแบบ เสียงผู้คนดังระงม เสียงสวดเทศนาดังแว่วมา
แต่ไม่ว่าจะเป็นตำหนักใหญ่หรือตำหนักปีก ก็ล้วนถูกปกคลุมอยู่ท่ามกลางม่านหมอกเบาบาง หมอกจางนี้นิ่งค้างไม่กระจายไป ประหนึ่งหมู่เมฆบนท้องฟ้า
ครืน!
ในชั่วขณะนั้นเอง พลังปราณโดยรอบตำหนักใหญ่ก็พลันปั่นป่วนโกลาหลขึ้นมา ก่อนจะเกิดแรงดึงดูดมหาศาลจากในตำหนัก ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนมหึมา กลืนกินพลังปราณรอบข้างเข้าไปในทันใด ราวกับมัจฉากำลังฮุบเหยื่อ
ม่านหมอกข้างเคียงก็ถูกแรงสะเทือน มลายหายไปเพียงชั่วพริบตา
“ประมุขจะออกจากการปิดด่านแล้วหรือ”
“นี่เป็นสัญญาณของการทะลวงขั้น!”
“เร็ว! ทุกคนรีบรวมพลังเวทส่งให้ท่านประมุขกันเร็ว!”
ในหอเซียนหลิงอวิ๋น บรรดาลูกศิษย์ต่างมีสีหน้าเต็มตื้น ขี่ลำแสงจากทั่วทุกสารทิศตรงมายังตำหนักใหญ่โดยเร็วที่สุด
ผู้อาวุโสสามคนกุลีกุจอมาอย่างเร็วรี่ ร่างกายเบาหวิวลอยลงบนหลังคาตำหนัก
พวกเขามีสีหน้าขึงขัง สองมือประสานร่ายเวท “ศิษย์ทั้งหลายฟ