ังคำสั่ง จงถ่ายทอดพลังเวทของตนเข้าไปยังค่ายกล ช่วยให้ท่านประมุขทะลวงขั้นได้อย่างราบรื่น!”
ตู้ม!
ทันทีที่เอ่ยออกไป โดยรอบของตำหนักใหญ่ก็ปรากฏแสงจรัสจ้า บนพื้นมีลำแสงแล่นปราดไปทั้งบริเวณ กำเนิด
เป็นรูปภาพแปลกตา
ลูกศิษย์ทั้งหลายยกมือขึ้น ส่งพลังไปบนค่ายกลโดยไม่ลังเล
พลังเวทเหล่านี้โคจรไปตามค่ายกล ท้ายสุดจึงไปบรรจบกันที่ด้านบนสุดของตำหนักใหญ่
พลังปราณรอบด้านก็โหมคลั่งขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนนั้นเอง แสงตะวันก็พลันทอทั่ว ร่างคนขนาดยักษ์ใหญ่ค่อยๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้นกลางอากาศเหนือตำหนัก
ร่างของคนผู้นี้สวมเสื้อคลุมยาว ผมเผ้าสีขาวดุจขนนกกระเรียน ทว่าใบหน้าแช่มชื่นแจ่มใส ดวงตาพราวประ
กายมีชีวิตชีวา
ผู้เฒ่าทั้งสามซึ่งอยู่บนหลังคาต่างกล่าวอย่างเคารพเลื่อมใส “คำนับท่านประมุข”
หลินชิงอวิ๋นก็ทะยานขึ้นไปเช่นกัน แตะเท้าบนหลังคา เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ท่านพ่อ!”
ลูกศิษย์คนอื่นๆ พากันคลี่ยิ้ม
ประมุขปิดด่านกักตนมาสิบกว่าปี ในที่สุดก็ออกมาแล้วจริงๆ หรือนี่
เมื่อใดที่ท่านประมุขทะลวงขั้น ก็เท่ากับว่าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นเฟินเสิน สถานะของหอเซียนหลิงอวิ๋นย่อมถูกยกระดับขึ้นไปอีกมาก และก้าวขึ้นเป็นสำนักอันดับต้นๆ!
เม