ื่อถึงตอนนั้น ความอยู่ดีมีสุขก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย มีหรือพวกเขาจะไม่ดีใจ
ผู้เฒ่าชุดดำไม่ได้พบผู้คนมานานเหลือเกิน ใบหน้าผุดรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ จากนั้นสายตาก็เบนมายังบุตรสาว และรีบร้อนเอ่ยขึ้นว่า “ชิงอวิ๋น ช่วงเวลาสำคัญซึ่งข้าจะทะลวงขั้น เจ้ารีบไปนำโสมวิญญาณเก้าสังคีตออกมาจากคลังสมัติ จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับตอนนี้แล้ว!”
รอยยิ้มของหลินชิงอวิ๋นพลันแข็งทื่อไปทันใด นางมองบิดาของตน ละล่ำละลักคล้ายกับจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา
“หืม?” ผู้เฒ่าชะงักไป “ลูกข้า ไฉนเจ้าถึงยังยืนนิ่งอยู่อีกเล่า รีบไปนำมาเร็ว!”
หลินชิงอวิ๋นทำได้เพียงกัดฟัน “ท่านพ่อ โสมวิญญาณเก้าสังคีตยกให้คนอื่นไปแล้ว”
“อะไรนะ” ผู้เฒ่าชุดสีดำตะลึงค้าง จากนั้นจึงรีบเอ่ยว่า “ไม่มีโสมวิญญาณเก้าสังคีตแล้วก็ไม่เป็นไร เช่นนั้นจงไปนำหญ้าหนีฉางมาเร็ว ไม่ทันเวลาแล้ว”
เขาลอบกระหยิ่มใจ โชคดีเหลือเกินที่ตนเตรียมการไว้เป็นอย่างดีเพื่อที่จะทะลวงขั้น ใช้เวลาไปมหาศาลเพื่อเสาะแสวงหาโอสถวิเศษชั้นสูงถึงสิบหกชนิด การทะลวงขั้นต้องมีเสถียรภาพเป็นแน่
กว่าชั่ววินาทีต่อมา ในใจของเขาก็พลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เพราะเขาเห็นว่าบุตรสาวยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เป็นดังคาด ทันใดนั