“เคร้งๆๆ”
เสียงฉินบรรเลงต่อเนื่อง
เหยาเมิ่งจีหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับจิตใจของตนให้มั่นคง
ครั้นลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในใจก็พลันแน่วแน่ขึ้นมาอย่างไม่อาจพรรณนาได้!
เขาต้องกระจ่างในทำนองมรรคาอันยิ่งใหญ่นี้ให้จงได้
ชั่วชีวิตผู้ฝึกตนของข้า เดิมทีก็ฝืนลิขิตสวรรค์อยู่แล้ว ไยจึงขลาดกลัวเพียงสงคราม?!
ขอบตาของเขาแดงก่ำ เส้นผมสีขาวโพลนคล้ายกับชี้ตั้งขึ้นมา ประหนึ่งผู้เฒ่าซึ่งกำลังง่วนอยู่กับงานอดิเรก ทุ่มเทกายใจทั้งหมดลงไปจนลืมกินลืมนอน
ท่วงทำนองนี้คงมีเพียงบนสวรรค์ โลกมนุษย์ไหนเลยจะได้ฟังบ่อยครั้ง
นี่มันท่วงทำนองเซียน!
ไม่สิ นี่คือเสียงแห่งธรรมชาติต่างหาก!
คุณชายหลี่ยินดีบรรเลงเพลงฉินเช่นนี้ให้ตนฟัง นี่เป็นวาสนาอันสูงส่งของตน หากพลาดโอกาสนี้ไป ตนจะมีหน้า
ไปเอ่ยถึงการสำเร็จมรรคผลได้อย่างไร
ภายใต้ทำนองมรรคาอันกว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด เขาก็เปรียบประหนึ่งเรือพายลำหนึ่งซึ่งอาจพลิกล่มได้ทุกเมื่อ ทว่าเขายังคงไม่ลังเล ยินยอมพร้อมใจรับทำนองมรรคามหาศาลด้วยความบ้าบิ่น นำความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดใส่ลงไปโดยไม่คิดชีวิต ขอเพียงได้มองเห็นความหมายอันลึกล้ำในนั้นสักเล็กน้อย
เสียงฉินแปรเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า
โลหิตสดไหลอ