งเบี้ยตัวหนึ่ง แต่พวกเราไม่อาจเป็นเช่นนั้น ต่อให้พวกเราเป็นตัวหมาก ก็ต้องเป็นตัวหมากที่สำคัญที่สุดของปรมาจารย์!”
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความได้ใจ เปรียบตนเองเป็นตัวหมากไม่ทำให้รู้สึกเสียใจเลยสักนิด ทว่าเปี่ยมไปด้วยความกระปรี้กระเปร่า
เมื่อมาถึงจุดเดียวกับเขา ย่อมมองหลายสิ่งออกอย่างทะลุปรุโปร่งแต่แรก และกระจ่างในเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ได้เป็นตัวหมากของของผู้ยิ่งใหญ่ก็นับว่าเป็นเรื่องเลวร้ายหรือ
ไม่ใช่! เป็นเรื่องดีงามล้ำเลิศเชียวละ!
ฉินม่านอวิ๋นขอคำชี้แนะอย่างอ่อนน้อม “อาจารย์ได้โปรดสอนข้า!”
“เจ้าพินิจคำพูดของปรมาจารย์โดยละเอียด” เหยาเมิ่งจีเอ่ย “คำพูดของปรมาจารย์สามารถแบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือด้านหน้า ‘ช่วงนี้มีลำแสงของผู้บำเพ็ญเซียนบินผ่านไปผ่านมา’ นี่เป็นบททดสอบแรก พวกเราได้ช่วยปรมาจารย์จัดการเรื่องรำคาญใจ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ครึ่งประโยคหลัง นี่เป็นบททดสอบลับที่สำคัญมากข้อหนึ่ง!”
ครึ่งประโยคหลังของปรมาจารย์คือ… ‘ทำเอาข้าออกไปข้างนอกไม่ได้ ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเจ้าช่วยไปสืบให้หน่อยได้ไหมว่าเป็นเพราะเหตุใด’
ขึ้นเขาไปล่าสัตว์?
สืบว่าเป็นเพราะเหตุใด?
เฮือก
ฉินม่านอวิ๋นประหนึ่งบรรลุโสดาบัน ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
เข้าใจแล้ว!
ข้าก็เข้าใจแล้ว!
สืบว่าเป็นเพราะเหตุใด ไม่ใช่เพราะจักรพรรดิปีศาจจันทราเงินแพร่งพรายเรื่องจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางไปหรอกหรือ
ปรมาจารย์ย่อมถ่องแท้ในเห