เขาไปล่าสัตว์ยิ่งไม่ต้อง
พูดถึง พวกเจ้าช่วยไปสืบให้หน่อยได้ไหมว่าเป็นเพราะเหตุใด” หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยถาม
แม้ว่าผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นจะไม่ได้มาที่เรือนสี่ประสาน แต่ก็ทำให้หลี่เนี่ยนฝานไม่ได้ออกไปข้างนอกเหมือนกันนี่นา
เขาเป็นแค่ปุถุชนคนหนึ่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบยังว่างเปล่าจับใจ ถ้าหากไม่ใช่เพราะสถานการณ์นี้ เขาคงพาต๋าจี่ไปเดินเล่นข้างนอกตั้งนานแล้ว คงไม่มาอุดอู้อยู่ในบ้านแบบนี้หรอก
ความนัย ความนัยของปรมาจารย์มาแล้ว!
ลั่วซืออวี่และฉินม่านอวิ๋นสบตากัน
หว่างคิ้วฉายแววตื่นเต้น
พวกเขาไม่คิดว่าหลี่เนี่ยนฝานจะไม่รู้เหตุผลในเรื่องนี้ เพียงแต่ว่ายามที่ปรมาจารย์เผชิญหน้ากับมดไรฝูงหนึ่ง เขาจะลงมือเองไม่ได้ จึงเอ่ยเตือนพวกนางทางอ้อม
นี่เป็นโอกาสให้พวกข้าแสดงฝีมือละ!
ในขณะเดียวกัน ลั่วซืออวี่ก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง ตนเมินเฉยต่อปัญหานี้ในอาณาเขตของราชวงศ์เซียนเฉียนหลงได้อย่างไรกัน มิหนำซ้ำยังต้องให้คุณชายหลี่ออกปากเตือนด้วยตนเอง ไม่ควรเป็นเช่นนี้เอาเสียเลย!
“คุณชายหลี่ ก่อนหน้านี้พวกข้าคิดไม่รอบคอบ เรื่องนี้ข้าจะกลับไปจัดการ!”
ฉินม่านอวิ๋นก็รับรองในทันใด “ข้าก็ยินดีแบ่งเบาความกังวลของคุณชายหลี่!”
ลั่วซืออวี่นัยน์ตาเป็นประกาย รีบพูดว่า “จริงสิ มีท่านพี่ม่านอวิ๋นเข้ามาช่วย คนกลุ่มนั้นต้องรีบไปโดยเร็วอย่างแน่นอน!”
ฉินม่านอวิ๋นแย้มยิ้ม ในใจกลับประหนึ่งมีคลื่นโหมซัด
ไม่ผิดแน่!
คุณชายหลี่เดาได้แต่แรกจริงๆ ด้ว