“ปลูกโอสถวิเศษมันยากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกประหลาดใจ “ข้าว่าพอได้อยู่กระมัง ลองดูก็แล้วกัน”
โอสถวิเศษดีขนาดนี้ ใช้หมดแล้วทำให้รู้สึกปวดใจเสียจริง สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้นี่สิถึงจะเรียกว่าวิถีคนจริง
ต๋าจี่อ้าปากพะงาบ อดกลั้นไม่พูดออกไป
ท่านไม่เคยปลูกมาก่อน ครั้งนี้จะลองปลูกหรือ?
โลกนี้มันวิปริตเกินไปแล้ว
แต่ทว่า ในเมื่อหลี่เนี่ยนฝานอยากปลูก เช่นนั้นก็ปลูกเถิด ตราบใดที่มีความสุขก็ทำไป
ต๋าจี่เริ่มลงมือเป็นผู้ช่วยอยู่ด้านข้าง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลี่เนี่ยนฝานก็ยิ้มบาง “ได้แล้วละ ข้าจะนำโอสถวิเศษเหล่านี้ไปหลังเรือน จะได้ไปเตรียมดินปลูกไม้ประดับด้วย”
ต๋าจี่ปัดปอยผมดำขลับตรงหน้า พูดอย่างคาดหวัง “ข้าไปกับท่านด้วยได้ไหม”
อันที่จริงนางก็อยากเห็นหลังเรือนของหลี่เนี่ยนฝานใจจะขาดแล้ว
หลังเรือนที่ปลูกแตงโมมหัศจรรย์ได้นั้นจะเป็นแบบไหนกัน
“ได้อยู่แล้ว” หลี่เนี่ยนฝานผงกศีรษะ
ความปลื้มปีติพลันประทับบนใบหน้าของต๋าจี่ นางรีบตามหลี่เนี่ยนฝานไป ทั้งตกประหม่าทั้งตั้งหน้าตั้งตารอ
เดินตามทางเดินปูด้วยหินกรวดไป เบื้องหน้าก็ปรากฏประตูโค้งวงพระจันทร์ ด้านหลังประตูเป็นประตูไม้สีแดงชา