ณชายหลี่กัน!”
“แกร็ก”
พวกเขายังไม่ทันได้เคาะ ประตูก็เปิดออกเอง
หลี่เนี่ยนฝานเปิดประตูออกมามองด้วยความสงสัย “เมื่อกี้ข้าคล้ายกับว่าได้ยินเสียงอะไร เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“คงเป็นเสียงสัตว์สองตัวนั้นร้อง” ลั่วซืออวี่ชี้ไปยังวัวและหมาป่าด้านข้าง
หลี่เนี่ยนฝานกระจ่างทันใด กล่าวกลั้วหัวเราะ “พวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว มาทั้งที ยังต้องนำเนื้อสัตว์ป่ามาด้วย เชิญเข้ามาเถิด”
จักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่มองหน้ากันอย่างประดักประเดิด ไม่ได้พูดให้มากความ
“จริงสิ พวกท่านได้พบบัณฑิตที่อยู่ข้างนอกไหม” หลี่เนี่ยนฝานถาม
ลั่วซืออวี่ “พบแล้ว เขาไปแล้ว”
“ไปได้สักที”
หลี่เนี่ยนฝานถอนหายใจยาว พูดอย่างจนปัญญา “คนผู้นั้นสมองไม่เข้าที่เข้าทาง ข้าอธิบายถึงสิ่งที่เรียกว่าวิถี
อายุวัฒนะแก่เขาจนชัดเจนแจ่มแจ้ง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจ ทั้งยังเข้าใจผิด ด้วยสติปัญญาเช่นนี้ หวังว่าเขาจะไม่มาทำให้ข้าปวดหัวอีก”
ผู้พูดไม่ได้คิดมาก ทว่าผู้ฟังกลับคิดตาม
จักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่พลันสมองขาวโพลน ใบหน้าฉายแววตื่นตะลึงทันใด
ที่แท้บัณฑิตท่านนั้นก็ฝึกวิถีอายุวัฒนะกับคุณชายหลี่!
นั่นเป็นวิถีอายุวัฒนะเชียวนะ ฮือๆๆๆ น่าอิจฉาเหลือเกิน!
แต่ว่าเมื่