้นี้ค่อยๆ ลดลง เอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “บอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านจึงไม่สวมรองเท้า”
“เพราะข้าต้องการสัมผัสธรรมชาติ” นัยน์ตาของเมิ่งจวินเหลียงลึกล้ำ พูดเสียงเรียบ “สองเท้าสัมผัสผืนดิน จึงทำให้ข้าซึมซับธรรมชาติได้ดีกว่าเดิม”
พูดจบ เขาก็ก้าวเท้า เดินจากไปช้าๆ
จักรพรรดิลั่วมองตามแผ่นหลังของบัณฑิตซึ่งห่างออกไปเรื่อยๆ พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “หรือว่า สิ่งที่เขาฝึกฝนจะไม่ใช่เซียน แต่เป็น…มรรคา”
“มรรคา?” ลั่วซืออวี่สีหน้าสับสน
จักรพรรดิลั่วพยักหน้า เอ่ยพลางทอดถอนใจ “ไม่ว่าจะเป็นคุณชายหลี่หรือบัณฑิตท่านนั้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาล้วนมีพลังที่น่าอัศจรรย์ แต่ทุกสรรพสิ่งย่อมต้องลงมือทำด้วยตนเอง วิถีทางล้วนเป็นไปตามหลักของปุถุชน นี่สิจึงจะนับว่าเป็นระดับของเทพเซียนที่แท้จริง!”
ผู้บำเพ็ญเซียนสามารถเหาะเหินเดินอากาศ คุมเมฆขี่หมอก ใช้กระแสจิต ควบคุมลมและไฟ ทำให้ตนเองสะดวกสบายขึ้นมากโข
ทว่าคุณชายหลี่และบัณฑิตท่านนั้นกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น แต่กลับก้าวเดินทีละขั้นตอนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่กระมัง
จักรพรรดิลั่วสูดลมหายใจเข้าลึก กล่าวอย่างจริงใจ “ไปกันเถอะ พวกเราไปเยี่ยมเยียนคุ