ึ้นมา เอ่ยเสียงทุ้มว่า “อัสนีบาตวันนี้ท่านเห็นแล้วกระมัง”
“ข้ามาก็เพราะเรื่องนี้ละ!” จ้าวซานเหอหุบยิ้มทันใด “หากข้าคาดเดาไม่ผิด ตำแหน่งของอัสนีบาตเกิดขึ้นไม่ไกลจากปรมาจารย์นัก”
ไป๋อู๋เฉินพยักหน้า “ไม่ผิด จนถึงตอนนี้ มีขุมกำลังไม่น้อยมุ่งหน้าไป ราชาปีศาจและผู้ฝึกเซียนนับไม่ถ้วนลอบ ไปที่นั่น”
“ข้ากลับไม่สนใจปีศาจกลายร่าง สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดคือปรมาจารย์ถูกรบกวน” จ้าวซานเหอขมวดคิ้วมุ่น
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” ไป๋อู๋เฉินมองจ้าวซานเหอ พร้อมเสนอแนะ “ไม่สู้พวกเราไปด้วยกันดีกว่าหรือ หากมีผู้ใดกล้าล่วงเกินปรมาจารย์…”
สายตาของไป๋อู๋เฉินฉายแววคมกริบ
จ้าวซานเหอกล่าวว่า “ข้าหมายความว่าอย่างนั้นละ! ปรมาจารย์มีบุญคุณกับข้า ครานี้ข้าออกจากการกักตนมาก็จะต้องไปขอบคุณสักครา!”
ทั้งสองขี่กระบี่ไปพร้อมกัน ชั่วพริบตาเดียวก็หายลับไปที่เส้นขอบฟ้า
หลี่เนี่ยนฝานแบกหญิงสาวกลับมาถึงเรือนสี่ประสาน
“ถึงบ้านแล้ว” หลี่เนี่ยนฝานพูดด้วยรอยยิ้ม
เขาวางหญิงสาวลงบนเตียงเบาๆ แล้วรีบร้อนจับชีพจรของนาง
หว่างคิ้วของเขาขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ แม้เขาจะมองออกแต่แรกแล้วว่าอาการบาดเจ็บของหญิงสาวนั้นหนักหนาสาหัส แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจ