งยังแลดูคล้ายกับบินขึ้นฟ้าไป
“ผู้บำเพ็ญเซียนจากไหนเนี่ย ดันมาอยู่กันที่นี่ได้” หลี่เนี่ยนฝานขมขื่นใจสุดแสน
สิ่งที่น่ายินดีก็คือสายฟ้านี้ไม่ได้เคลื่อนตำแหน่งเลย หลี่เนียนฝานจึงพอเบาใจลงได้
เขากอดต้าเฮย คนหนึ่งสุนัขหนึ่งพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด
หลังจากอัสนีบาตสายที่เก้าจบลง เมฆครึ้มก็กระจายออกในที่สุด สายฝนหยุดลง แสงอาทิตย์พลันสาดส่องลงมา
หลี่เนี่ยนฝานยืบอาบแสงแดด เขาประทับใจจนแทบร่ำไห้ ทำเอาตกใจแทบแย่
เขาไม่กล้ารอช้า เดินออกจากถ้ำ มุ่งหน้าไปยังทิศตรงกันข้ามกับสายฟ้าอย่างเร็วรี่
“ต้าเฮย เร็วหน่อย” หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยเร่งเร้า
บนเขาหลังฝนตกเละเทะเกินทน รองเท้าและชายกางเกงของหลี่เนี่ยนฝานเปรอะเปื้อนดินโคลน ทว่าเขาก็ยังไม่กล้าชะลอความเร็ว
ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้บำเพ็ญเซียนด้านหลังสองคนจะเกิดอาละวาดสู้กันขึ้นมาอีก
ถ้าหากมาตีกันตรงนี้ ตนคงต้องตายแหงแก๋แน่นอน
ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนน่ะหรือ
หลี่เนี่ยนฝานไม่อยากเอาชีวิตน้อยๆ ของตัวเองมาล้อเล่น
เมื่อตัดผ่านป่าแห่งนี้ได้ เบื้องหน้าก็ปรากฏทะเลสาบขนาดยาว น้ำใสดังกระจก ราวกับเป็นริบบิ้นเส้นยาวทอด
ผ่านหุบเขา
เดินตามทะเลสาบสา