้อรึ” ในที่สุดจ้าวซานเหอก็ทนไม่ไหวเอ่ยถามออกไป
เนื้อปีศาจไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ย่อมมีพลังปราณเจือปนอยู่ไม่มากก็น้อย
ไป๋อู๋เฉินหัวเราะลั่น “ข้าชอบกินผัก เนื้อเอาไว้ให้พวกท่านกิน ไม่ต้องเกรงใจข้า”
พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาคีบผักกอบใหญ่ให้ตนเอง
“ซวงเอ๋อร์ ซูหย่า พวกเจ้าอย่ากินแต่เนื้อสัตว์ กินผักด้วย กินเนื้อสัตว์กับผักช่างเข้ากันดี” ไป๋อู๋เฉินเอ่ยเตือน
จ้าวซานเหอมองไป๋อู๋เฉินอย่างเคลือบแคลงใจ
มีลับลมคมใน!
มีลับลมคมในแน่นอน
เขาแค่นหัวเราะ ทุกคนกินข้าวอยู่บนโต๊ะเดียวกัน จะไปปิดบังความลับอะไรได้
จากนั้นเขาก็ต้มผักกาดขาวให้ตนเอง
‘หรือว่าผักจะอร่อยกว่าเนื้อ ข้าต้องลองดูสักหน่อย’
จ้าวซานเหอครุ่นคิดอยู่ในใจ พลางคีบผักกาดขาวเข้าปาก
“อู้ แค่กๆๆ”
ผักแกมพริกทำให้เขาไอออกมา
“ถ้าเป็นผักละก็ ใส่ลงไปต้มในน้ำแกงกระดูกจะอร่อยที่สุด ต้มในฝั่งเผ็ดกลับไม่อร่อย” หลี่เนี่ยนฝานยิ้มพร้อมเอ่ย
เตือน
ความต้องการอาหารของผู้บำเพ็ญเซียนควรจะต่ำมากไม่ใช่หรอกเหรอ ทำไมมาที่นี่แล้วเร่งรีบกันขนาดนี้
“ทำให้คุณชายหลี่ขบขันแล้ว” จ้าวซานเหอกล่าวอย่างประดักประเดิด ทว่าในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตะลึงลาน
ทำนองมรรค