ทั้งสี่คนเดินขึ้นไปด้วยกัน ไม่นานก็มาถึงบริเวณสันเขา
เห็นเพียงเงาเลือนรางของเรือนหลังหนึ่งบนสันเขา ห้อมล้อมดวงแมกไม้ เมฆปุยขาวลอยล่อง หากไม่ตั้งใจมองหา ก็ไม่อาจพบเห็นได้ง่ายดาย นับว่าเป็นสถานที่สำหรับเร้นกายแห่งหนึ่ง
เมื่อเดินเข้าไปดู เรือนสี่ประสานก็ปรากฏแก่สายตาของพวกเขา กำจายสุนทรีย์ประณีตเหนือความจริงท่ามกลางม่านหมอก
นี่ละ คือสถานที่พำนักอันเหมาะสมของเซียน!
มีเพียงที่นี่ ถึงจะคู่ควรกับความสง่าเหนือโลกโลกีย์ของเซียน!
หัวใจของทั้งสี่เต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่ ย่างเท้าเข้าไปในเรือนสี่ประสานด้วยความศรัทธาอย่างหาสิ่งใดเปรียบ
“ศิษย์พี่หญิงหลิน คุณชายหลี่มีนามว่าหลี่เนี่ยนฝาน จิตใจใฝ่หาชีวิตบนโลกมนุษย์ ยามที่พบเขา อย่าได้มีพิรุธ
คุณชายหลี่อยากใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชน ไม่เช่นนั้นคุณชายหลี่อาจไม่เกรงใจ!” ไป๋ลั่วซวงกำชับ
หลินชิงอวิ๋นพยักหน้าเพื่อบอกว่าตนเข้าใจแล้ว
ปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวกล้วนมีสิ่งที่ตนเองชอบ
ตอนนั้นไป๋ลั่วซวงจึงตะโกนไปทางประตูใหญ่ “คุณชายหลี่ อยู่หรือไม่”
หลี่เนี่ยนฝานกำลังกินอาหารเช้าอยู่ที่เรือนใน ท่วงท่าซึ่งกำลังจะกินข้าวต้มก็ชะงักไป เขามองไปทางประตูอย่างแปลกใจ
เสียงที่ได้ยินออก