จะคุ้นหูอยู่บ้าง
คนที่มาเป็นแขกของเขาที่นี่มีน้อยจนนับนิ้วได้ เขานึกเพียงครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร
ไป๋ลั่วซวงและคนอื่นๆ กำลังยืนรออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย
ยามนั้นไป๋อู๋เฉินแลดูไม่เหมือนกับผู้อาวุโสขั้นชูเชี่ยว หากแต่เหมือนกับนักเรียนที่เห็นอาจารย์เสียมากกว่า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
แกร็ก
ประตูเปิดแล้ว
ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของหลี่เนี่ยนฝาน
มาทีเดียวตั้งสี่คน อีกทั้งยังยืนรออยู่ด้านนอกอย่างเคารพนบนอบ เมื่อเห็นตนใบหน้าก็ฉายรอยยิ้มเป็นมิตรออกมา
ผู้บำเพ็ญเซียนถึงกับแวะมาเยี่ยมเยียนปุถุชน อีกทั้งท่าทางยังจริงจังมากซะด้วย
เขามองไป๋ลั่วซวง เอ่ยว่า “เจ้าเองหรือ เชิญๆ”
“คุณชายหลี่ นี่คือพ่อแม่ของข้า ที่มาในครั้งนี้ก็เพื่อขอบคุณสำหรับภาพวาดที่ท่านมอบให้ครั้งก่อน” ไป๋ลั่วซวงพูดอย่างพินอบพิเทา
ไป๋อู๋เฉินและซูหย่าผงกศีรษะให้หลี่เนี่ยนฝานอย่างมีไมตรีจิต
มองจากท่าทีของพวกเขาแล้ว มิน่าเล่าถึงได้อบรมสั่งสอนไป๋ลั่วซวงให้เติบโตมาเป็นเด็กที่มีมารยาทรู้กาลเทศะ
“ภาพวาดครั้งก่อนเป็นเพียงภาพที่มีตำหนิน่ะ มีสิ่งใดให้ขอบคุณกัน เชิญเข้ามาข้างในก่อน” หลี่เนี่ยนฝานยิ้มเอ่ย
ที่แท้ก