ยว ย่อมไม่กล้าวางท่าต่อหน้าหลินชิงอวิ๋น
“ที่จริงข้าเพียงสงสัยจึงมาดู…”
หลินชิงอวิ๋นทะนงตน เยือกเย็น และฉลาดเฉลียว ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกผิด ไม่กล้าปิดบัง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟังรอบหนึ่ง
“ทำให้คนตายกลับมามีชีวิตด้วยมือของปุถุชน สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์!” ไป๋อู๋เฉินตื่นเต้นยกใหญ่ “ปรมาจารย์คงอยากพิสูจน์ว่าต่อให้อยู่ในร่างของปุถุชน ก็ยังเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้! ระดับของเขาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะประเมินได้”
ส่วนไป๋ลั่วซวงใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา สิ่งที่นางสนใจนั้นต่างจากไป๋อู๋เฉิน “ปรมาจารย์ไม่เพียงระดับพลังสูงส่ง ยังให้เกียรติอิสตรี จิตใจสูงส่งจริงๆ”
หลินชิงอวิ๋นได้รับการยืนยันจากคำพูดของไป๋อู๋เฉินแล้วว่าปรมาจารย์ผู้นั้นก็คือคุณชายปุถุชนที่พบเมื่อวานนี้ จึงรู้สึกได้เพียงแต่ว่าเลือดในร่างกายจับตัวแข็ง สมองเริ่มชา
ไม่คิดเลยว่าความสงสัยใคร่รู้เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าวของนางจะทำให้ค้นพบเรื่องที่สุดยอดอย่างนี้ ลั่วซืออวี่คิดปิดบังนางหรือ ไม่มีทาง!
นี่เป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้!
ต้องระวังให้มาก พยายามแสดงภาพลักษณ์ที่ดีให้ปรมาจารย์เห็น!
……………………………………….