ม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“คุณชายหลี่ เนื้อย่างของท่านนี้ ต้องเป็นเซียนบนสวรรค์ถึงจะได้กินกระมัง?” ลั่วซืออวี่อดถามไม่ได้
หลี่เนี่ยนฝานมุมปากยกยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าไม่ได้โต้ตอบอะไร
ลั่วซืออวี่กับจงซิ่วมองหน้ากัน ความตื่นตระหนกโหมซัดขึ้นในใจ
นี่มัน…ดูแคลน?
ดูแคลนเหล่าเซียนหรือ?
หรือว่า ต่อให้เป็นเซียนก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกินเนื้อย่างของเขา?
ในชั่วขณะนั้น สมองของพวกนางก็คิดไปต่างๆ นานา สายตาที่มองหลี่เนี่ยนฝานบังเกิดความเคารพยำเกรง
เกรงว่าความเลิศล้ำของปรมาจารย์ท่านนี้คงยากที่จะจินตนาการ
ลั่วซืออวี่มองหลี่เนี่ยนฝานอย่างใคร่ครวญ คล้ายกับมีอะไรอยู่ในใจ และกำลังเรียบเรียงคำพูด
จากนั้น นางก็มองหลี่เนี่ยนฝานอย่างกระวนกระวายและคาดหวัง เอ่ยปากว่า “คุณชายหลี่ ท่านมีความรู้กว้างไกล ข้ามีเรื่องอยากขอให้ท่านช่วย”
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผู้บำเพ็ญเซียนอย่างเจ้าจะมาให้ปุถุชนอย่างข้าช่วย?
ปฏิกิริยาแรกของหลี่เนี่ยนฝานคือปฏิเสธ
หลี่เนี่ยนฝานไม่กล้าคิดว่าผู้บำเพ็ญเซียนนั้นลึกลับซับซ้อนเพียงใด และยิ่งไปกว่านั้นคือไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่เช่นนั้นตัวเขาจะตายอย่างไรก็ไม่รู้
แต่ว่าความประทับใจที่เขามีต่อลั่วซืออวี่