า แล้วก็ปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวก ไม่ว่าฟังอย่างไรก็เหมือนกับนิทานหลอกเด็กเสียมากกว่า
ลั่วซืออวี่ดึงรั้งสตรีชุดสีม่วงไว้ “เสด็จแม่ ข้ามั่นใจว่าไม่ใช่ความฝัน! อีกอย่างท่านก็เห็นว่าข้าสำเร็จถึงขั้นจู้จีแล้ว เรื่องนี้หลอกกันไม่ได้หรอกเพคะ”
สตรีชุดสีม่วงยังคงเคลือบแคลงใจ เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าหากเป็นอย่างที่เจ้าว่าจริง คนผู้นี้ก็นับว่าเป็นปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวก”
“เสด็จแม่ ท่านรีบตามข้าขึ้นเขาเร็ว ข้ารับรองว่าเมื่อถึงแล้วท่านจะต้องประหลาดใจแน่นอน!” ลั่วซืออวี่รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
สตรีชุดสีม่วงทอดถอนใจเบาๆ นางย่อมรู้ดีว่าบุตรสาวกำลังคิดอะไรอยู่
ในใจของนางอยากล้มเลิกงานแต่งงานของตนเอง บัดนี้ได้เห็นแสงแห่งความหวัง ย่อมต้องคว้าเอาไว้
ในฐานะที่เป็นมารดาของลั่วซืออวี่ นางไหนเลยจะอยากผลักลูกเข้ากองไฟ เพียงแต่ตัวนางอยู่ในราชวงศ์ ทำอะไรไม่ได้ จึงหวังว่าปรมาจารย์ท่านนี้จะมีวิธีช่วยลั่วซืออวี่
……………………………………………