็นว่าทั้งสามพูดยกยอปอปั้นเช่นนี้ สายตาที่มองหลี่เนี่ยนฝานก็พลันเปลี่ยนไป
หลี่เนี่ยนฝานมีความสามารถจริงๆ ด้วย แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนยังยกย่อง ช่างไร้เทียมทาน
หลี่เนี่ยนฝานคิดเพียงว่าผู้บำเพ็ญเซียนทั้งสามให้เกียรติเขา ชั่วขณะนั้นก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมา
เขาคลอนศีรษะเล็กน้อย ในบ่อน้ำหลังบ้านของตนอาจมีปีศาจอยู่ก็ได้ ไม่สู้ให้ทั้งสามคนไปช่วยดูจะดีกว่า
อีกอย่าง คนเขาให้เกียรติขนาดนี้แล้ว ตนเองก็ควรแสดงน้ำใจบ้าง
หลี่เนี่ยนฝานจึงเอ่ยปากชักชวนในทันที “ทั้งสามคนปราบอสูรลำบากแล้ว ไม่สู้ไปที่บ้านข้า ชิมเนื้อเสือดาวสักหน่อยเป็นอย่างไร”
ทั้งสามกำลังคิดอยู่ว่าจะประจบปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวกท่านนี้อย่างไรดี นี่ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว หลี่เนี่ยนฝานจึงยกเต่าดาวกับลูกปลาฝูงหนึ่ง นำทางพวกเขากลับไปยังที่อยู่ของตน
เมื่อมาถึงเรือนสี่ประสาน ทั้งสามก็ลอบประหลาดใจไปชั่วขณะ
สมแล้วที่เป็นที่อยู่ของปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวก กลิ่นอายโบราณ พลังปราณเข้มข้น ประหนึ่งเป็นแดนเซียนบนโลกมนุษย์
เสี่ยวไป๋เปิดประตู เอ่ยว่า “นายท่าน ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
“อาวุธวิญญาณ?”
ผู้บำเพ็ญเซียนหายใจเฮือกในทันใด จ้องมองเ