สี่ยวไป๋จนตาแทบถลนออกมา
“ไม่ใช่อาวุธวิญญาณหรอก เป็นเพียงการใช้เคล็ดวิชาเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่านั้น” หลี่เนี่ยนฝานขี้เกียจจะอธิบาย จึงพูดออกไปส่งเดช
ผู้บำเพ็ญเซียนทั้งสามมองหน้ากันไปมา ไม่กล้าพูดโต้ตอบ
ถึงกับมีอาวุธวิญญาณชั้นสูงที่อัจฉริยะเช่นนี้ได้ แล้วบอกว่าเป็นเพียงวิธีเล็กๆ น้อยๆ นี่มันโลกของผู้ประเสริฐหรืออย่างไรกัน
ทั้งสามทำอะไรไม่ถูก วิ่งบ้างเดินบ้างตามไป ช่างน่าสงสาร อ่อนแอ และไร้เรี่ยวแรง
หลี่เนี่ยนฝานพาพวกเขาเข้าไปในโถงใหญ่ห้องหนึ่ง
ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง ทั้งสามก็สั่นสะท้าน ม่านตาเบิกกว้าง “นี่ นี่คือ…”
พวกเขาพูดไม่ออกเสียแล้ว การตกแต่งประดับประดาทำให้รู้สึกตื่นตระหนกขั้นสุด
พื้นกระเบื้องในห้องแทบสะท้อนเงาคน พื้นเบื้องหน้าโดยรอบขาวราวกระดาษ แต่ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะ หรือว่าโต๊ะชา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียน แต่ในตอนนี้กลับเหมือนยายหลิวเดินเข้าสวนบุปผางาม มีเพียงความรู้สึกว่ายิ่งใหญ่อลังการ
ในโลกบำเพ็ญเซียน เรือนของปุถุชนจะเป็นไม้หรือมุงหญ้าเป็นหลัก พื้นดินก็ล้วนเป็นดินเหนียว การประดับตกแต่งของสำนักเซียนจะวิจิตรหรูหรา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่อ